ดูหนังออนไลน์ หลังจากออกอากาศไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ ซีรีส์ Fate: The Winx Saga

ดูหนังออนไลน์ หลังจากออกอากาศไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ ซีรีส์ Fate: The Winx Saga มีกระแสตอบรับทั้งเชิงบวกและเชิงลบ หลายคนที่เป็นแฟนการ์ตูนวิงซ์คลับ (Winx Club) มาก่อน ย่อมมีอาการหน้าบูดหน้าเบี้ยวกันบ้าง ด้วยฉบับซีรีส์ค่อนข้างดัดแปลงการ์ตูนต้นฉบับที่เคยผ่านตาไปมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นโทนเรื่อง เสื้อผ้าหน้าผม การสอดแทรกการชิงดีชิงเด่น ปัญหาหัวใจ มิตรภาพ โดยเฉพาะตัวละครบางตัวที่ไม่ตรงกับต้นฉบับ

ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือเชื้อชาติ แต่เข้าใจได้ว่าการพลิกแพลงบทบาทเหล่านี้ เป็นไปเพื่อการเพิ่มมิติความสมจริงให้ตัวละครมากขึ้น ในฐานะที่ผู้เขียนไม่ใช่แฟนการ์ตูนวิงซ์คลับ ถือว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเหตุผล ไม่ประดักประเดิก เรียกว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้โลกเวทมนตร์คู่ขนานดูสมจริงมากขึ้นด้วยซ้ำ

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่าผู้เขียนไม่ใช่แฟนการ์ตูนวิงซ์คลับมาก่อน แต่ต้องยอมรับว่า Fate: The Winx Saga เป็นซีรีส์แฟนตาซีที่ทำออกมาค่อนข้างกลมกล่อมกว่าซีรีส์ประเภทเดียวกันเรื่องอื่น ๆ เริ่มต้นจากนักแสดงที่ดูจะเป็นเลือดใหม่ ไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากันมากนัก จะมีเพียงแฟรี่ธาตุไฟอย่าง บลูม (Bloom) ที่ได้ Abigail Cowen ซึ่งเคยผ่านตาหลายคนมาบ้างจากซีรีส์ ซาบริน่า สาวน้อยต้องสาป แล้วกระโดดมาเป็นนักแสดงนำในเรื่องนี้เลย

แม้คาแรกเตอร์จะเป็นวัยรุ่นหัวร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจนหลายครั้งดูน่ารำคาญไปบ้าง แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าหากมีหลายเสียงพูดไปทางเดียวกันแบบนี้ แปลว่านักแสดงเข้าถึงบทบาทจนทำให้คนดูอิน เพียงเท่านี้ก็ทำให้ซีรีส์มีรสชาติไม่จืดชืดชวนง่วงแน่นอน

ดูหนังออนไลน์ ส่วนตัวละครอื่น ๆ ทั้งแฟรี่ธาตุน้ำ ไอช่า (Aisha) ฉบับนี้กลายเป็นสาวผิวสี รับบทโดย Precious Mustapha สาวเจ้าระเบียบที่รักเพื่อนฝูงและทำอะไรอยู่ในกรอบอยู่เสมอ ส่วนแฟรี่ดอกไม้ที่ในฉบับการ์ตูนชื่อว่า ฟลอร่า (Flora) ฉบับคนแสดงได้กลายเป็นแฟรี่แห่งผืนแผ่นดิน

มีพลังเวทที่มาทั้งจากดินและแมกไม้แทน จากฟลอร่าแฟรี่สาวน้อยหน้าตาน่ารักในการ์ตูน กลายเป็นสาวร่างใหญ่ช่างจ้อนามว่า เทอร่า (Terra) รับบทโดย Eliot Salt การดัดแปลงชื่อและรูปร่างหน้าตาของเธอก็เพื่อให้สอดคล้องกับพลังเวท และเพื่อให้สามารถเล่าเรื่องราวในมิติอื่นได้มากขึ้นอีกด้วย

ต่อด้วยแฟรี่แห่งแสงสว่าง สเตลล่า (Stella) รับบทโดย Hannah van der Westhuysen แฟรี่ตัวนี้ยังคงเป็นเจ้าหญิงแห่งโซลาเรียเช่นเดียวกับฉบับการ์ตูน แต่ฉบับคนแสดงจะวางคาแรกเตอร์ให้เธอเป็นสาวจอมหยิ่ง มีนิสัยหึงหวงคนรักจนทำให้ควบคุมพลังของตนเองไม่ได้

ในที่สุดกลายเป็นปมปัญหาใหญ่ในชีวิต เป็นตัวละครที่มีเส้นเรื่องน่าสนใจไม่แพ้กับนางเอกเลยด้วยซ้ำ หากอยากรู้ว่าเป็นเรื่องอะไรต้องตามไปดูกันเอง และปิดท้ายด้วยแฟรี่แห่งความคิด มิวซ่า (Musa) ผู้มีพลังในการอ่านความคิดของคนรอบข้างได้ ฉบับคนแสดงรับบทโดย Elisha Applebaum ถูกตีความต่างจากเวอร์ชันการ์ตูนไปมากทีเดียว จากเดิมเป็นสาวเอเชียผมสีน้ำเงิน กลายเป็นสาวอังกฤษที่แม้จะผมดำแต่ก็มีความเป็นเอเชียอยู่น้อยมาก เป็นตัวละครที่มีการดัดแปลงจนหลายเสียงบ่นระงมกันพอสมควร

อย่างไรก็ตาม นอกจากบรรดาสาว ๆ แฟรี่ทั้ง 5 แล้ว ยังมีตัวละครหนุ่ม ๆ อีกหลายคนที่ทำให้แฟนซีรีส์โดนตกไปตาม ๆ กัน เพราะงานนี้ได้นักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีมาช่วยสร้างสีสันให้กระชุ่มกระชวยกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Danny Griffin ในบท สกาย (Sky)

หรือกระทั่ง Jacob Dudman ในบท แซม (Sam) พี่ชายของเทอร่าและชายหนุ่มผู้พิชิตหัวใจของมิวซ่า แฟรี่แห่งความคิดนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีทัพนักแสดงรุ่นใหญ่อีกคับคั่ง ช่วยทำให้ซีรีส์มีรสชาติมากขึ้นไปอีก

สำหรับ Fate: The Winx Saga ซีซั่นที่ 1 มีเพียง 6 ตอน สำหรับผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นเพียงการแนะนำที่มาที่ไปของโลกเวทมนตร์คู่ขนาน เพื่อให้หลายคนที่ไม่เคยรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน ได้ทำความคุ้นเคยกับตัวละคร ที่มาที่ไปของพลังเวทที่สมจริงและมีตรรกะในการสำแดงอย่างถูกที่ถูกทาง

มีฉากต่อสู้ระหว่างแฟรี่กับสัตว์ประหลาดอย่าง เดอะเบิร์นวัน (The Burned One) และแผนการชั่วร้ายของบรรดาตัวละครฝ่ายดำอย่าง บีเอทริกซ์ (Beatrix) รวมไปถึงการนำทัวร์โรงเรียนสอนเวทย์มนตร์อัลเฟีย เพื่อนำทางไปสู่ความลับและเส้นเรื่องที่เข้มข้นมากขึ้นในซีซั่น 2

นอกจากตัวละครผู้ดำเนินเรื่องแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับ Fate: The Winx Saga นั่นคือการปรับบรรยากาศการดำเนินเรื่องให้มีความสมจริง มีที่มาที่ไป ไม่ขายฝันจนกลายเป็นซีรีส์สำหรับเด็ก รวมไปถึงงานสร้างที่มีความอลังการ ฉาก แสง สี เสียง รวมทั้งซีจีพลังเวทมนตร์ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี แต่หวังว่าจะดีขึ้นอีกในซีซั่นต่อไป ติดอยู่ไม่กี่อย่างคือจำนวนตอนที่น้อยไปหน่อย จนกระทบต่อการดำเนินเรื่องบางช่วงบางตอนที่เร็วจนเกินไป

ขาดการเล่ารายละเอียดที่มาที่ไปอย่างน่าเสียดาย และยังมีบทพูดที่คนธรรมดาไม่พูดกันในชีวิตประจำวันหลุดเข้ามาจนขัดอารมณ์เล็กน้อย รวมทั้งคอสตูมที่เหมือนจะมีอยู่ไม่กี่ชุด นางเอกใส่เสื้อหนังสีแดงตลอดทั้งเรื่องจนคิดว่าน่าจะเปลี่ยนชุดบ้าง

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น