ดูหนังใหม่ฟรี Christmas Crossfire ภาพยนต์ Original Netflix จากเยอรมัน

ดูหนังใหม่ฟรี Christmas Crossfire ภาพยนต์ Original Netflix จากเยอรมัน เรื่องราวของชายหนุ่มสุดซวยที่เดทกับสาวได้วันเดียวแล้วจะเข้าบ้านเธอ จู่ๆ ก็ต้องเข้าไปห้ามมาเฟียที่กำลังจะฆ่ากัน ทำให้พวกเขาต้องหนีกันจ้าละหวั่นในคืนวันคริสมาสต์สุดป่วนนี้

ดูหนังใหม่ฟรี ดูจากตัวอย่างแล้ว ภาพยนต์เรื่องนี้จะเป็นแนวตลกร้าย แอบจิกกัดเสียดสีสังคมในบ้านเขาอย่างเยอรมันบ้าง และนั่นก็ทำออกมาได้ดีและดูเพลินมากเลยทีเดียว

คริสต์มาสระห่ำ ภาพยนต์จากเยอรมันที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ เรื่องราวของ แซม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ในมหาลัยจากเบอร์ลิน ที่กำลังดื่มเหล้าในบาร์คนเดียวเหงาๆ แต่แล้วก็มีสาวเจ้าคนหนึ่งชื่อว่า เอ็ดด้า เข้ามาคุยถูกคอจนได้เสียกันภายในรถตั้งแคมป์ของเขาเอง ผู้สาวเอ็ดด้าจึงชวนแซมออกจากเมืองกรุงกลับไปยังบ้านเกิดในชนบทเล็กๆ ที่หนึ่ง (ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง) เพื่อไปร่วมงานวันเกิดของพ่อเธอในคืนคริสมาสต์ที่จะถึงนี้

แต่แล้วระหว่างทางก่อนถึงหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองกำลังเมากัญชาอยู่ในรถจนได้ที่ แต่แซมก็ได้ยินเสียงคนโวยวายข้างนอก ด้วยความเป็นคนกรุง คนซื่อๆ ของเขา จึงต้องลงไปดูโดยทิ้งเอ็ดด้าไว้ในรถ แต่ปรากฏว่าดันไปเจอกับพวกมาเฟียท้องถิ่นที่กำลังจะเป่ากระบาลชายหนุ่มปริศนาคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าแซมคิดอะไร เขาจึงตะโกนห้ามมาเฟียพวกนั้นไป ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจะถูกยิงวิ่งหนี และเขาก็ถูกตามล่าจากกลุ่มมาเฟียแบบซะงั้น ส่วนเอ็ดด้าก็มีเหตุที่ต้องแยกกัน เธอจึงต้องตามหาแฟนหนุ่มของเธอ และแซมก็ต้องหนีพวกมาเฟียไป

ความสนุกของเรื่องนี้คือ การที่ตัวละครเอกอย่างแซม เป็นคนที่ซวยมาก เข้าไปอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบงงๆ หลายๆ เหตุการณ์แม้มันจะดูเหมือนจงใจ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ ทำให้เราเดาทางไม่ถูกเลยว่างเรื่องราวจะดำเนินไปทางไหน และมันก็จะค่อยๆ เฉลยๆ ปมออกมาเรื่อยๆ ซึ่งทุกอย่างมันก็จะโยงใยหากันในแบบที่ไม่ได้ดูยากและปวดหัวเลย

ด้วยความที่เป็นหนังตลกร้าย กลิ่นอายในแบบหนังของเควนตินก็มีบ้างประปราย ตัวละครที่โง่ แต่อวดฉลาด ในสถานการณ์ชี้เป็นชี้ตาย หรือการพบกันของตัวละครคู่ปรับกันอย่างบังเอิญ ทุกอย่างมันจะดูแปลกๆ แต่มันเรียกได้ว่าจะเป็นเสน่ห์ของหนังแนวนี้ ถ้าหากใครชอบก็จะชอบ แต่ถ้าไม่อินก็คือไม่ชอบไปเลย

ตลอดการเดินทางของหนัง ตัวละครหลักอย่างแซม และเอ็ดด้า ก็เจอกับเหตุการณ์หลายอย่างที่จะเปลี่ยนความคิดพวกเขา รวมถึงคนดูเอง เหมือนเราได้ร่วมเดินทางไปกับพวกเขาในดินแดนที่มึนๆ งงๆ แต่สนุก และน่าติดตามว่ามันจะออกมาแบบไหน จนไปถึงฉากจบที่วายป่วง และซานต้าที่ไล่แจกกระสุนจนสมกับเป็นชื่อหนังอย่างคริสต์มาสระห่ำ ทำออกมาได้ดี และอีกอย่างที่ต้องชมคือ บรรยากาศชนบทในเรื่องนำเสนอออกมาผ่านฉากได้สวยงามทำให้เราสัมผัสกลิ่นอาย และบรรยากาศได้

ตัวละครหลักฝั่งตัวร้ายอย่างหัวหน้ามาเฟีย แฮร์มัน ที่กำลังทำอะไรบางอย่าง และมีปัญหากับคนซวยอย่างแซม ก็เป็นตัวละครที่มีหลายมิติ แม้จะดูไม่ใช่คนดี แต่เขาก็มีเหตุผลของเขา และทีเด็ดก็คือเหล่าลูกน้องในแบบหนังตลก ที่จะมีทั้งลูกน้องเอ๋อๆ กระจอกๆ ห้อยสอยติดตามที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นภาระให้หัวหน้า ทำให้เรื่องนี้มันเลยดูสนุกและเพลินมาก

ข้อเสียหลักๆ ก็คือตัวเรื่องเองพยายามใส่แก่นของเรื่องที่ว่า คนเราจะทำอะไร ต้องได้รับผลที่ตามมา อยู่ทั้งเรื่อง แต่เรากลับไม่เห็นอะไรแบบนั้น แม้จะดูสนุกและเพลิน แต่มันก็ไม่ได้เป็นที่น่าพูดถึงหรือสนุกซะจนต้องนำมันกลับมาดูซ้ำ เนื้อเรื่องดูเหมือนจะมีอะไร สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมาก แล้วก็จบแบบ จบไปเลย ไม่มีอะไรให้ฉุกคิดต่อ ค่อนข้างน่าเสียดายในจุดนี้

นี่เป็นหนังตลกร้ายที่ดูเพลิน ด้วยความซวยของตัวเอก ตัวละครโง่ๆ ในสถานกาณ์ชี้เป็นชี้ตาย การตัดสินใจโง่ๆ ที่จะนำพาไปสู่เรื่องราวใหม่ๆ มุกตลกร้ายแบบเซอร์เรียล ความบังเอิญที่ตั้งใจ เสน่ห์ของหนังแนวนี้อยู่ในเรื่องนี้เพียบ และสนุก แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำให้ประทับใจหรือกลับไปฉุกคิดกับแก่นของเรื่องได้ในตอนจบ แต่โดยรวมก็เป็นหนังที่สนุก ถ้าคนชอบแนวนี้ต้องลองดู แต่อาจจะไม่เหมาะกับทุกคนเสียเท่าไหร่

รับชม Christmas Crossfire คริสต์มาสระห่ำ ได้ทาง Netflix แล้ววันนี้

เข้าสู่ช่วงสัปดาห์วันแห่งความรัก หัวใจที่แห้งเหี่ยวจากความผิดหวังของหนังโรแมนติกช่วงวาเลนไทน์ที่ยังไม่เจอหนังที่โดนใจคอหนังรักสักที มาปีนี้เรามีหนึ่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดรีเมค Downhill อิงจากหนังดาร์กคอมาดีฟอร์มเล็กจากสวีเดน Force Majeure ที่ไปคว้ารางวัลในเมืองคานส์ จึงถือเป็นมาตรฐานค่อนข้างสูงพอสมควร Downhill ได้ 2 นักแสดงตลกชื่อดังอย่าง Will Ferrell และเจ้าแม่ซิทคอม Julia Louis-Dreyfus มารับบทนำในเรื่องนี้

Downhill เล่าถึงคู่สามีภรรยา พีท และ บิลลี่ พาครอบครัวมาเที่ยวสกีรีสอร์ทบนเทือกเขาแอลป์ในยุโรป แต่แล้วทริปสุขสันต์กลับกลายเป็นหายนะ เมื่อมีอุบัติเหตุหิมะถล่มที่รีสอร์ทของพวกเขา แม้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ด้วยความตกใจสุดขีด พีทกลับคว้ามือถือแล้ววิ่งหนีจากครอบครัวไป ทิ้งบิลลี่และลูกชายทั้ง 2 ให้เผชิญกับหิมะถล่มโดยลำพัง และเหตุการณ์นี้ได้สร้างบาดแผลในจิตใจระหว่างบิลลี่และพีทที่ยากเกินเยียวยา

ในเรื่องพีท กลายเป็นพ่อที่ค่อนข้างทำตัวเหมือนเด็ก ยังยึดติดกับความเจ็บปวดหลังจากสูญเสียพ่อไปได้เกือบปี และมีนิสัยเสพติดสมาร์ทโฟมงอมแงม รวมทั้งยังเป็นคนขี้อิจฉาผู้คนบนโลกโซเชียลอย่างมาก จุดนี้ Will Ferrell ตีบทแตกกระจุย โดยเฉพาะซีนที่เป็นจุดเริ่มต้นของหนัง ส่วนที่เหลือเหมือนจะหลุดไปอยู่ในโลกของตัวเองไปหน่อย

ขณะที่ Julia Louis-Dreyfus ในบทบิลลี่ สะท้อนบทคุณแม่อเมริกันในครอบครัวฐานะปานกลางที่เป็นบทถนัดของเธอ และสะท้อนความรู้สึกของผู้หญิงที่เคยมีอิสระในทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อนที่จะอุทิศทั้งชีวิตให้ครอบครัวได้ดี บวกกับนักแสดงสมบทอื่นๆที่เข้ามากล้อมแกล้มในเรื่องให้สนุกสนานมีอรรถรสดี

หนังได้เริ่มต้นด้วยจุดที่ว่า “ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะทำอย่างไร?” และเริ่มพาไปดูการแก้ปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคของพีทและบิลลี่ คู่รักที่แต่งงานกันมานาน และมีคู่รักหนุ่มสาวที่ผลุบๆโผล่ๆมาจับพีทและบิลลี่แยกกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อให้มีโมเมนต์ในการเป็นอิสระจากชีวิตคู่ดูบ้าง

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น