Browse Month: มิถุนายน 2020

“บิ๊กแป๊ะ” แถลงจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 599 กก. เตรียมส่งลูกค้าย่านตลาดไท

บิ๊กแป๊ะ แถลงจับแก๊งยาเสพติด ยึดยาไอซ์บิ๊กล็อต 599 กิโลกรัม จับเครือข่ายชาวไทยภูเขา ลอบขนจากชายแดนอีสาน ซุกโกดังตลาดไท รอส่งลูกค้า

วานนี้ (23 มิถุนายน 63 ) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม พล.ต.ต.พีรพงศ์ วงษ์สมาน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจพ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3

“บิ๊กแป๊ะ” แถลงจับกุม นายพีรพล หรือกี อายุ 26 ปี, นายสันติธรรม หรือเช้ง อายุ 26 ปี, นายเจ้อ หรือเจ้อ อายุ 38 ปี, นายชัยรัตน์ หรือพง อายุ 39 ปี และ นายเช่ง หรืออ้วน อายุ 41 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.พบพระ จ.ตาก

พร้อมของกลางมียาไอซ์ น้ำหนัก 599 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 71 ล้านบาท รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก ทะเบียน บท 8341 ตาก และรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ ทะเบียน บต 9155 ตาก จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง จับกุมได้บริเวณลานจอดรถตลาดโกดังสินค้าญี่ปุ่น ตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,642,000 เม็ด, ยาไอซ์จำนวน 34 กิโลกรัม และเคตามีนจำนวน 40 กิโลกรัม พื้นที่บางแค กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลจนพบความเชื่อมโยง ถึงกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดเป็นชาวไทยภูเขาใน อ.พบพระ จ.ตาก ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากบริเวณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย แล้วนำมาส่งให้ลูกค้าบริเวณตลาดไท โดยใช้รถยนต์ 2 คัน สำหรับใช้ขนยาเสพติดและอีกคันหนึ่งใช้สำหรับขับนำเส้นทางเพื่อระวังเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว ตรงกับพฤติการณ์ที่ได้สืบสวนมาก่อน เชื่อว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากลงมา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสืบสวนติดตาม

อ่านต่อ

พ่อแม่ใจสลาย ขอความช่วยเหลือทนายใจบุญ ลูกชายวัย 3 เดือนผ่าตัดปากแหว่งเสียชีวิตใน รพ.

พ่อแม่ใจสลาย ร้องขอความช่วยเหลือทนายใจบุญ ลูกชายวัย 3 เดือนผ่าตัดปากแหว่งเสียชีวิตใน รพ.ชื่อดัง ไม่เชื่อหมอแจ้งผลขาดอากาศในหัวใจ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสรรเพชร ทิพย์มนเทียน ทนายความชื่อดังในพื้นที่จังหวัดพังงา ว่า มีผู้เสียหายจากการนำลูกชายวัย 3 เดือนเศษ เข้ารักษาที่ รพ.ของรัฐในตัวเมือง จ.นครศรีธรรมราชและเสียชีวิต ต้องการเข้าปรึกษาคดีความ ที่สำนักงานทนายความสรรเพชร อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งผู้เสียหายคือ นายโชคชัย อายุ 39 ปี พร้อมด้วย น.ส.วาสนา อายุ 25 ปี สองสามีภรรยาชาว อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา หัวใจสลายหลังสูญเสียลูกวัย 3 เดือน

ทางทีมทนายความ นำโดย นายสรรเพชร สอบถาม นายโชคชัย และ น.ส.วาสนา พ่อและแม่ของ ด.ช.วิรัลพัชร ลูกชายวัย 3 เดือน ที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา ทราบว่า ในวันที่ 17 มิถุนายน 63 ได้นำลูกชายซึ่งเป็นโรคปากแหว่ง ตั้งแต่คลอดเข้ารับการผ่าตัดรักษาตามแพทย์นัด ซึ่งทางแพทย์ของ รพ.ดังกล่าว ได้ตรวจเช็คร่างกายตามขั้นตอนก่อนเข้าห้องผ่าตัดในวันถัดไป

ต่อมาวันที่ 18 มิถุนายน 63 ลูกวัย 3 เดือนเศษ เข้าห้องผ่าตัด ก่อนเข้าทางแพทย์แจ้งว่าเด็กน้อยสภาพร่างกายพร้อมไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ได้ให้น้ำเกลือและวางยาสลบตามขั้นตอน จนออกจากห้องผ่าตัดเสร็จสิ้น พบว่า น้องพัชร มีอาการสลึมสลือ แต่ไม่ได้เอะใจเนื่องจากคิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากยาสลบ โดยทางแพทย์ให้ยากล่อมประสาทและยาพาราชนิดน้ำ เพื่อต้องการให้น้องลดอาการปวดและนอนหลับป้องกันการแตะต้องแผลที่ผ่าตัดบริเวณเหนือริมฝีปาก ซึ่งทางแพทย์มอบหมายให้พยาบาลนำยาดังกล่าวให้น้องทุก 4 ชั่วโมง พร้อมวัดไข้

โดย น.ส.วาสนา กล่าวว่า ตนเองและหลานสาววัย 16 ปี นอนเฝ้าข้างเตียงลูกชาย และในช่วง 02.00 น. พยาบาลเข้าวัดไข้ลูกชาย พร้อมแจ้งว่า น้องมีไข้ ให้แม่เช็ดตัว แต่ตนเองรู้สึกเพลียและง่วงมาก จึงได้หลับต่อกระทั่ง 06.00 น. ตนเองรู้สึกตัวเข้าห้องน้ำเช็ดตัวให้ลูกชาย ขณะอยู่ในห้องน้ำชำระล้างผ้าที่เช็ดตัวลูกชาย หลานสาวที่นอนเฝ้าร่วมกับตนเองแจ้งว่า น้องอุจจาระ จึงนำผ้าเข้าเช็ดตัวอีกครั้ง ขณะนั้นยังพบว่าน้องมีลมหายใจและหลับด้วยฤทธิ์ยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้

ประมาณ 30 นาทีต่อมาตนเองต้องการป้อนยาตามเวลา จึงสังเกตเห็นว่าน้องไม่มีลมหายใจ รู้สึกตกใจ รีบแจ้งให้ พยาบาลช่วยเหลือเร่งด่วน กระทั่งทางพยาบาล แพทย์ เข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ทางแพทย์แจ้งให้ทราบว่าน้องเสียชีวิตตนเองรู้สึกเสียใจมาก

อ่านต่อ

24 มิถุนายน ประชาชนทำกิจกรรม “ลบยังไง ก็ไม่ลืม” ฉายภาพประวัติศาสตร์ 2475

ประชาชน รวมตัวจัดกิจกรรม “ลบยังไง ก็ไม่ลืม” ฉายภาพย้ำเตือน ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 “ทนายอานนท์” ขอทุกฝ่ายร่วมประคับประคองประชาธิปไตย ตามเจตนารมณ์ของคณะราษฎร

วันที่ 24 มิถุนายน 2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประชาชนผู้สนใจการเมือง ประชาชนที่รักประชาธิปไตย รวมตัวกันจัดกิจกรรม ย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ในโอกาสครบรอบ 88 ปี วันอภิวัตน์สยาม เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ภายใต้กิจกรรม “ลบยังไง ก็ไม่ลืม” เพื่อร่วมกันแสดงเจตนารมน์ ให้ผู้มีอำนาจตระหนักว่าจะไม่ลืมในสิ่งที่พวกเขาอยากให้ลืม ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์จะต้องถูกจดจำตลอดไป

โดยไฮไลท์สำคัญเป็นการใช้เทคนิค โฮโลแกรม ฉายภาพเรื่องราว ประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี 2475 ซึ่งถือเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย

นายอานนท์ นำภา ผู้นำการจัดกิจกรรม รวมถึงผู้เข้าร่วมกิจกรรม เดินทางถึงพื้นที่ บริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา ก่อน 05.00 น. จากนั้นทีมงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ต่อรอง เพื่อขอใช้พื้นผิวจราจรบางส่วน ตั้งกางผ้าสีขาวขนาดความยาวประมาณ 10 เมตร เพื่อเป็นจอ รองรับการฉายภาพโฮโลแกรม ถ่ายทอดเรื่องราวการอ่านประกาศของคณะราษฎร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอม จึงทำให้การจัดกิจกรรมเกิดความล่าช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าจำเป็นต้องรักษาพื้นผิวการจราจรตามกฎหมายและขอให้ผู้ร่วมกิจกรรมรักษาระยะห่าง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการทางสังคมและอยู่ในกรอบของพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

อ่านต่อ

“ข้างกาย” เหยื่อถูกย่ำยีตั้งแต่ 4 ขวบ เดินหน้าดันกฎหมายเพิ่มบทลงโทษคดีข่มขืน

ข้างกาย เอรียาสกุล ดันลงโทษคดีข่มขืนฉีดยาให้หมดสมรรถภาพทางเพศ ถอดบทเรียนหลังตกเป็นเหยื่อถูกข่มขืน

ข้างกาย เอรียาสกุล เจ้าของธุรกิจเช่าสินสอด หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของตนเอง ผ่านเพจ เฟซบุ๊ก KhangGuy – ผู้หญิงที่ชื่อ ข้างกาย ว่า เธอเคยเป็นเหยื่อจากการคุกคามทางเพศตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ชีวิตของเธอที่ผ่านมา ถูกล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนจากผู้ชายถึง 16 คน! ซึ่งเกือบทั้งหมดนี้ เป็นคนใกล้ตัวของเธอเอง

ข้างกาย ได้เปิดเผยเรื่องราวไว้โดยบอกว่าอยากให้เรื่องราวของเธอเป็นพลังให้กับผู้หญิงที่ต้องเจอเหตุการณ์เดียวกันกับเธอ และพร้อมจะต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีบทลงโทษทางกฎหมายกับผู้ที่ก่อเหตุข่มขืนให้หนักขึ้น และเธอหวังว่าเสียงเล็กๆ ของเธอ จะมีใครสักคนได้ยิน ซึ่งในวันนี้เสียงเรียกร้องของเธอกำลังจะเป็นผล

นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเรา และล่วงละเมิดทางเพศ ได้รับหนังสือจาก ข้างกาย ในการสนับสนุนแนวทางการลงโทษขั้นสูงสุดในคดีข่มขืน โดยให้ฉีดยาผู้กระทำผิดให้หมดสมรรถภาพทางเพศ เพื่อยุติความต้องการทางเพศ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับเหยื่อ เนื่องจากเห็นว่าการปรับ จับ และขัง เป็นการลงโทษที่ไม่เพียงพอ

“ในสมัยนั้น กายเข้าใจว่าการพูดเรื่องทางเพศมันอาจจะยังไม่กว้างขวางมากพอ อาจจะไม่ได้พูดกันได้ง่ายๆ แบบในปัจจุบัน แต่ที่ปัจจุบันกายออกมาพูดตรงนี้ เพราะว่าอยากให้ผู้ปกครอง สถานศึกษาทุกที่ได้เข้าใจว่าเด็กเมื่อเริ่มเข้าใจแล้ว เริ่มพูดได้ แต่อาจจะไม่เข้าใจก็ตามว่าคืออะไร เราก็ควรที่จะสอนเรื่องเพศ ว่าจุดสงวนคือตรงไหน ตรงไหนไม่ควรให้ใครมาจับ ถึงเด็กจะไม่เข้าใจว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับเขาแต่เขาสามารถบอกผู้ปกครองได้ และเมื่อเขาสามารถบอกกับผู้ปกครองได้ ผู้ปกครองก็จะระวังภัยให้กับเขาได้”

อ่านต่อ

พี่ชายอโหสิกรรม “ผู้กองบอย” แม้ไม่เชื่อว่าปืนลั่น ยินดีให้มาขอขมาศพน้องนิ่ม

พี่ชายน้องนิ่มเผยยินดีให้ “ผู้กองบอย” มาขอขมาศพน้องสาวครั้งสุดท้าย ส่วนตัวอโหสิกรรม เพราะต้องการให้น้องสาวไปโดยไม่มีเรื่องต้องห่วงและไม่มีเวรกรรมต่อกัน

(23 มิถุนายน 63) ผู้สื่อข่าวงานบรรยากาศงานศพ นางสาวพิมชฎาพร หรือ น้องนิ่ม ที่เสียชีวิตในบ้านพักย่านลาดพร้าว หลังถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .45 มม. เข้าที่บริเวณศีรษะจนเสียชีวิต ซึ่งได้นำร่างผู้เสียชีวิตกลับมายังบ้านเกิดตั้งศพบำเพ็ญกุศลทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 4 บ้านดงเค็ง ต.ดอนสมบูรณ์ เป็น อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีพิธีสวดอภิธรรมคืนแรก และเบื้องต้นมีกำหนดการฌาปนกิจศพในวันที่ 25 พฤษภาคม นี้

โดยบรรยากาศงานศพวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา แต่ยังอยู่ในความโศกเศร้า เนื่องจากอยู่ในช่วงกลางวัน อีกทั้ง นางทองใส อายุ 56 ปี แม่ของนางสาวพิมชฎาพร และญาติๆส่วนใหญ่เดินทางไปกรุงเทพมหานคร เพื่อไปทำธุระ ซึ่งมีเพียง นายกชกิตต์พัฒน์ อายุ 33 ปี พี่ชายน้องนิ่ม และเพื่อนบ้านที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมข้าวของและเตรียมประกอบอาหารเลี้ยงแขกที่จะมาร่วมงานสวดอภิธรรมคืนที่ 2 ในช่วงเย็นของวันนี้

นายกชกิตต์พัฒน์ อายุ 33 ปี พี่ชายน้องนิ่ม กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานางทองใส และญาติๆ หลายคนได้เดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพื่อที่จะไปทำธุระ และเย็นวันนี้จะมีพิธีสวดอภิธรรมคืนที่สอง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ไแด้รับการประสานจาก ร.ต.อ.ทรงกลด สามีน้องสาว หรือญาติที่จะมาร่วมงานศพหรือมาขอขมา แต่หากทาง ร.ต.อ.ทรงกลด และญาติจะมาร่วมหรือจะมาขมาศพน้องสาวตนก็ยินดีไม่มีปัญหาอะไร เพราะส่วนตัวนั้นตนขออโหสิกรรมให้ เพราะอยากให้น้องสาวจากไปโดยไม่มีเรื่องต้องห่วง และจะได้ไม่มีเวรมีกรรมต่อกันอีก ส่วนแม่หรือญาติคนอื่นตนไม่รู้ว่าคิดอย่างไร

อ่านต่อ

อาถรรพ์ “กู่ศิลาขันธ์” มือดีหยิบก้อนหินโบราณกลับบ้าน หลอนจนต้องเอามาคืนที่เดิม

“กู่ศิลาขันธ์” ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ มือดีแอบขโมยก้อนหินโบราณอายุร่วม 2,000 ปี ผวาอาถรรพ์ย่องเอากลับมาคืน

เมื่อวันที่ (22 มิถุนายน 63) ที่บ้าน กู่ศิลาขันธ์ หมู่ที่ 4 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา นายศิวะเสก สินโทรรัมย์ ปลัดอาวุโสอำเภอห้วยแถลง และนายมณูศักดิ์ แสงสุข ผู้ใหญ่บ้านกู่ศิลาขันธ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปรางค์กู่ศิลาขันธ์ ปราสาทเก่าแก่ มีอายุราว 2,000 ปี หลังได้มีชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ ในต่างจังหวัดเดินทางมาท่องเที่ยวชมปรางค์กู่ศิลาขันธ์ และมีผู้นำก้อนหิน จำนวน 4-5 ก้อน มาวางไว้บริเวณด้านหน้าวัดบ้านกู่ศิลาขันธ์

โดยสมัยโบราณเชื่อกันว่า สถานที่ดังกล่าว น่าจะเป็นสถานที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในสมัยโบราณ ยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างปราสาทหินพิมาย โดยชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ น่าจะแอบเข้ามาขโมยนำก้อนหิน ที่อยู่บริเวณสถานที่โบราณที่อยู่กลางหมู่บ้านนำกลับไปบ้าน แต่หลังจากที่ได้นำก้อนหินไปแล้ว เจอกับเรื่องราวแปลกๆ เจ็บป่วย และโดนตามหลอกหลอน ทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข จึงได้แอบนำก้อนหินทั้งหมดมาวางไว้บริเวณหน้าวัด เพื่อส่งคืน

อ่านต่อ

ข่าวดี! เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 ในลิง หลังเข็มแรกได้ผลดี เล็งทดสอบกับมนุษย์ ต.ค.นี้

ข่าวดี! นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่าทีมวิจัยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 แล้ว หลังจากเข็มแรกได้ผลดีสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่น่าพอใจ และไม่มีผลข้างเคียง

วานนี้ (22 มิถุนายน 63) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้ร่วมแถลงข่าวผ่าน VDO Conference ถึงความคืบหน้าการทดลอง ทดสอบวัคซีนโควิด-19 โดยได้มอบหมายให้ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นำคณะผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชน ไปติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบรายละเอียดของการทดสอบ เพื่อให้คำแนะนำและเตรียมรายละเอียดการดำเนินงานในขั้นต่อไป

หลังจากได้ทดลองวัคซีนโควิด-19 โดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ “ชนิด mRNA” ในลิง เข็มที่หนึ่ง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยทีมนักวิจัยไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พบว่าลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน และเมื่อนักวิจัยได้ทำการเจาะเลือดของลิงมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือ antibody มีข่าวดีมากที่พบว่าลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่น่าพอใจ และจะฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่สองในวันที่ 22 มิถุนายน 63 (เมื่อวานนี้) แล้วจะเจาะเลือดมาตรวจเป็นระยะ ซึ่งคาดว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อก่อโรคโควิด-19 จะมีระดับเพิ่มขึ้นในอีกประมาณสองสัปดาห์นับจากนี้ และจะฉีดเข็มที่สามต่อไปในเดือน ก.ค.

ขณะนี้การวิจัยและพัฒนาเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ประเมินผลการทดสอบในลิงทั้งในด้านผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและด้านความปลอดภัยเสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ต่อไป โดย วช. ได้ตกลงให้ทุนวิจัยเพิ่มเติมอีกเพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถเริ่มสั่งผลิตวัคซีนชนิดนี้ให้พร้อมสำหรับทำการทดสอบในมนุษย์ไว้แล้ว หากเป็นไปตามที่คาดไว้จะทำการทดสอบในมนุษย์ได้ประมาณเดือน ต.ค. – พ.ย. ตามแผน

อ่านต่อ

หนุ่มออก ไปล่าสัตว์ป่านำมาเป็นอาหาร กลายเป็นศพถูกล่า

หนุ่ม ออกไปล่าสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 63  ร.ต.อ.ชวินวิชญ์ วิชญาฐิติพัทธ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน แจ้งว่าได้รับแจ้งจากสายตรวจตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ว่ามีเหตุบุคคลเสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืนโดยไม่ทราบสาเหตุ และญาติได้นำศพจากที่เกิดเหตุมาไว้ที่บ้าน จึงได้แจ้งแพทย์เวรโรงพยาบาลแม่ระมาดทราบ และเดินทางออกไปตรวจสอบที่บ้านหลังเกิดเหตุ

หนุ่ม เมื่อเดินทางไปถึงบ้านห้วยแห้ง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก พบศพผู้ตายนอนอยู่บนพื้นบ้าน สวมเสื้อ 2 ชั้น สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายประกอบ อายุ 33 ปี อยู่บ้านหมู่ 9 ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

จากการสอบถามเบื้องต้น ได้ความว่าจากครอบครัวผู้ตาย ว่าเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา ในเวลาช่วงเช้า ผู้ตายพร้อมด้วย นายชอยะ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นบิดาและนางฉาทู อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นมารดากับนายประกิต อายุ 28 ปี น้องชายได้เดินทางออกจากบ้านพักไปดูไร่ข้าว ในป่าท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 4 กิโลเมตร

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18.00 น. ผู้ตายแต่เพียงผู้เดียวได้สะพายอาวุธปืนแก๊ปยาวออกจากห้างไร่ข้าว เข้าไปในป่าโดยบอกกับญาติว่าจะไปล่าสัตว์ โดยมีอาวุธปืนแก๊ปยาวติดตัวไปด้วย จำนวน 1 กระบอก

ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. ญาติซึ่งนอนพักอาศัยอยู่ที่ห้างไร่ข้าว ได้ยินเสียงปืนดังมาจากในป่าจำนวน 1 นัด แต่ก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด

กระทั่งต่อมา ผู้ตายก็ยังไม่กลับมาที่ไร่ข้าว ญาติจึงพากันเดินทางกลับบ้าน โดยคิดว่าผู้ตายน่าจะกลับไปที่บ้านก่อนแล้ว แต่เมื่อญาติเดินทางกลับมาถึงบ้านก็พบว่าผู้ตายยังไม่กลับมา

จนต่อมาในวันที่ 22 มิถุนายน 63 ประมาณเที่ยงวัน ผู้ตายก็ยังไม่กลับมาบ้าน ญาติจึงได้พากันเดินทางออกไปติดตามหา จนกระทั่งพบศพผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร

และพบปลอกกระสุนปืนลูกชอง ตกอยู่ห่างจากศพประมาณ 3 เมตร จำนวน 1 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำศพกลับมาที่บ้าน และแจ้งเหตุให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกับนายแพทย์สุธา ภัทรกิจรุ่งเรือง นายแพทย์เวร รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ระมาด
ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบมีบาดแผลกระสุนปืนเข้าที่ด้านหลังบริเวณใต้สะบักไหล่ขวา จำนวน 1 รู

กระสุนไปตุงอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ราวนมซ้ายด้านหน้า แพทย์ได้ทำการผ่าหัวกระสุนออก เป็นเม็ดตะกั่วทรงกลม จำนวน 1เม็ด สาเหตุการตายแพทย์แจ้งว่าเกิดจากบาดแผลถูกกระสุนปืน ได้ชันสูตรพลิกศพ ถ่ายภาพประกอบคดีไว้แล้ว

ล่าวุดวันนี้(23 มิถุนายน 63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านเกิดเหตุ เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

จนทราบว่าผู้กระทำผิดรายนี้คือนายจ่อแอ๊ะโด้ (ไม่มีนามสกุล) เชื้อชาติกระเหรี่ยง อายุ 34 ปี พักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาสอบถามปากคำ

นายจ่อแอ๊ะโด้ฯ ให้การยอมรับว่า ตนเองได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 ออกไปล่าสัตว์ เห็นผู้ตายนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางผ่านของสัตว์ป่า เข้าใจว่าผู้ตายเป็นหมูป่าจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด

อ่านต่อ

สาวมอเตอร์ไซค์ มากับดวง กระบะชนรถเด้ง 2 ทีแต่ไม่ล้ม บิดหนีไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าของรถกระบะโพสต์คลิปประกาศตามหา สาวมอเตอร์ไซค์ ดวงแข็ง เบี่ยงซ้ายมาชนจังๆ แต่ไม่ล้ม บิดหนีไปอย่างไว

เมื่อวันที่ (22 มิถุนายน 63) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Panida Intarasuwan ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์อุบัติเหตุบนถนนมิตรภาพตัดเข้าถนนพหลโยธิน จ.สระบุรี ข้อความระบุว่า…

“ตามหาบุคคลในคลิป
เหตุเกิดอยู่ตรงถนนมิตรภาพตัดเข้าถนนพหลโยธิน
มอไซค์ได้เบี่ยงทับเส้นทึบมาตัดหน้า
แล้วก็ไม่ยอมจอดได้ขับหลบหนีไป
มีกระเป๋าเสื้อผ้าตกอยู่ ตอนนี้กระเป๋าอยู่ที่ สภ.อ.เมือง
ในกระเป๋ามีเสื้อผ้ากางเกงชุดชั้นในของผู้หญิง และกางเกงทหาร
เบื้องต้นได้ไปแจ้งความแระมอบคลิปหลักฐานให้กับร้อยเวรเรียบร้อย
ใครพบเจอบุคคลในภาพ รบกวนแจ้งเปาะแส
#ถ้าเจ้าตัวเห็นโพสตฺนี้ให้ติดต่อมาเราไม่ได้ใจร้ายใจดำที่จะเรียกร้องอะไรกับคุณเลย”

เจ้าของคลิปได้ระบุรายละเอียดว่า ขณะที่กำลังขับรถกระบะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน จู่ๆ ก็มีจักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งทับเส้นทึบตัดหน้ารถของตนเองจนเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นก็รีบขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่กระเป๋าเสื้อผ้าของผู้ขี่รถจักรยานยนต์จะตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนรถกระบะยางล้อหน้าด้านขวาแตก เบื้องต้นได้ไปแจ้งความและนำคลิปไปมอบเป็นหลักฐานให้กับร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี

อ่านต่อ

หนุมานกองปราบจัดเต็ม คุม “บรรยิน” ไปศาลคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

“บรรยิน” เบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ขึ้นศาล ตรวจพยานคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา-กองปราบส่งชุดหนุมานคุมเข้ม

22 มิถุนายน 2563 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวก รวม 6 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊งโดยการคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มาศาลนั้น มีการคุมเข้มในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงหลังก่อนหน้านี้ จำเลยมีความพยายามหลบหนีจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น. ที่หน้าเรือนจำกลางบางขวาง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้จัดชุดปฎิบัติการพิเศษเรือนจำบางขวาง และ ชุดหน่วยปฎิบัติการพิเศษหนุมาน ของกองปราบปราม พร้อมอาวุธครบมือ กว่า 20 นาย คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

ซึ่งก่อนที่รถเรือนจำจะเคลื่อนออกมานั้น พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชฑัณฑ์ ได้ออกมาดูความพร้อมในการคุมตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกทางเข้า-ออก เรือนจำกลางบางขวาง เพื่ออารักขา ป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

จากนั้นในเวลา 08.10 น. ขบวนรถมาถึงศาลทุจริตฯ โดยขบวนรถ มีรถของกองปราบนำมาพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน จำนวน 7 คัน มาถึงศาล ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในเวลา 10.00 น. ส่วนจำเลยอีก 5 คนนั้น ศาลทุจริตฯ นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 25 มิถุนายน นี้

อ่านต่อ