Browse Month: กรกฎาคม 2020

ทำลายสถิติ! ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุหลักพันคนในวันเดียว

สำนักข่าว NHK รายงานยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน ญี่ปุ่น เมื่อวันพุธ (29 กรกฎาคม 63) วันเดียวว่า มีจำนวนมากกว่า 1,200 คนโดยประมาณ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศในหนึ่งวันทะลุหลักพันคน

ตัวเลขดังกล่าวมาจากการรวบรวมข้อมูลจากทางการท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงเมืองที่มีประชากรในย่านตัวเมืองจำนวนมาก เช่น นครโอซากาที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อในวันพุธที่ 221 คน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบผู้ติดเชื้อมากกว่า 200 คนในโอซากาภายในวันเดียว

ทางด้านจังหวัดไอจิทางตอนกลางของญี่ปุ่นก็พบผู้ติดเชื้อ 167 คน ส่วนจังหวัดโอกินาวะทางตอนใต้ แม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อค่อนข้างต่ำที่ 44 คน แต่ก็เป็นตัวเลขที่สูงกว่าวันอังคารถึงสองเท่า และยังไม่รวมผู้ติดเชื้อจากการระบาดในฐานทัพสหรัฐฯ ในตัวจังหวัด นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดอิวาเตะ 2 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดนี้มาก่อน

อ่านต่อ

คุณป้าป่วยหนักร้องไห้โฮ วอนตามหาสามี ขับรถกระบะที่ช่วยผ่อนหายเข้ากลีบเมฆ

หญิงวัย 60 ป่วยหนักอยู่บ้านเช่าลำพัง วอนตามหา สามี ขับรถกระบะที่ช่วยผ่อนหายเข้ากลีบเมฆ

เมื่อวันที่ (30 กรกฎาคม 63) นางธิดา อายุ 60 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งป่วยเป็นโรคกระดูกทับเส้น ได้ร้องขอให้ผู้สื่อข่าวให้ช่วยติดตาม นายสมพงษ์ อายุ 67 ปี สามี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดลำปาง ที่หายตัวไปพร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บล-7192 ลำปาง โดยขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะไปทำงานรับเหมาก่อสร้างที่จังหวัดพะเยา

นางธิดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ปกติจะติดต่อพูดคุยกันทุกวันและสามียังบอกว่าหลังเบิกเงินจากที่ทำงานจะมาพาเธอไปรักษาตัว แต่หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ เธอจึงไปแจ้งความที่ สภ.เมือง พะเยา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังติดต่อสามีไม่ได้

ขณะที่เธอตอนนี้ก็อยู่ด้วยความยากลำบากเพียงลำพัง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เงินไม่มีแม้จะจ้างรถของคนข้างบ้านพาไปฝังเข็มรักษาอาการกระดูกทับเส้นที่โรงพยาบาลแม่ลาวครั้งละ 600 บาท และยังค้างค่าเช่าบ้านจนเจ้าของบ้านเช่าจะให้ออกจากบ้านเช่าสิ้นเดือนนี้ ส่วนข้าวสารอาหารก็กำลังจะหมด ป้ายังบอกด้วยว่ามีลูกชายแต่ไปมีครอบครัวอยู่ภาคอีสาน รู้ว่าแม่ป่วยแต่มาหาไม่ได้ เพราะฐานะก็ยากจนไม่มีเงิน ส่วนป้าเองเคยทำงานเป็นแม่บ้านร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านอาหาร เคยมีรายได้เดือนละ 9,000 ถึงเกือบ 20,000 บาท

อ่านต่อ

เปิดภาพนาทีคนร้ายสังหารโหด 3 ศพ กลางถนนเมืองพัทลุง ลงมือยิงอย่างใจเย็น

เผยภาพนาทีคนร้ายสังหารโหดกลุ่มผู้เสียชีวิต 3 คน อย่างใจเย็น ปฏิบัติการกว่า 3 นาที ท่ามกลาง พัทลุง ผู้คนที่สัญจรบนถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มผู้เสียชีวิตบนถนนกว่า 40 นัด วันที่ 29 กรกฎาคม 63 บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายรัตน์พงศ์ และต่อมาในเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุงได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งสีดำ

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบสภาพรถยนต์เก๋งถูกยิงถล่มด้วยอาวุธปืนจำนวนหลายนัด ด้านเบาะหลังคนขับมีผู้เสียชีวิต 2 คน สภาพศพถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณลำตัว หน้าอก และศีรษะ ขณะที่รถยนต์เก๋งถูกกระสุนยิงถล่มเข้าไปจำนวนกว่า 20 นัด และจากการตรวจสภาพศพผู้เสียชีวิตพบว่า ศพที่ 2 ที่นำออกจากรถยนต์นั้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ ภาพจากล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนาทีโหด รถยนต์เก๋งสีดำของกลุ่มผู้เสียชีวิตจอดอยู่บนถนนหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาท่ามิหรำ โดยมีกลุ่มคนร้ายจำนวน 2 คนเดินรอจังหวะอยู่บริเวณทางเท้าห่างจากรถยนต์ที่จอดอยู่ประมาณ 15 เมตร ขณะเดียวกันคนร้ายอีกคนขับรถยนต์กระบะมาจอดด้านหลังรถยนต์ของผู้เสียชีวิตประมาณ 15 – 20 เมตร จากนั้นผู้ขับรถยนต์เก๋งที่เสียชีวิตคือ นายรัตน์พงศ์ เปิดประตูลงจากรถ ขณะที่คนร้ายลงจากรถยนต์เช่นกันเดินเข้ามาหาผู้เสียชีวิตบริเวณท้ายรถยนต์เก๋งแล้วชักอาวุธปืนสั้นยิงเข้าใส่ไม่ต่ำกว่า 5 นัด

ขณะที่กลุ่มคนร้ายอีก 2 คน ที่รออยู่ได้เข้ามายิงใส่ผู้เสียชีวิตจำนวนหลายนัดเช่นกัน แล้วจึงเดินกลับไปที่รถยนต์กระบะ ขณะนั้นมีคนวิ่งหนีลงจากรถยนต์เก๋งจำนวน 1 คนไปได้ และพยายามจะหนีออกจากตัวรถยนต์เก๋งอีก แต่กลุ่มคนร้าย 2 คนกลับมาใช้ทั้งอาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนยาวยิงถล่มเข้าไปที่นั่งเบาะหลัง พร้อมกันนั้นคนร้ายจำนวน 1 คนที่ขึ้นรถยนต์กระบะไปแล้ว เห็นเหตุการณ์ก็จอดรถยนต์ลงมาใช้อาวุธปืนยิงถล่มร่วมกับเพื่อนอีกครั้ง พร้อมขึ้นรถยนต์หลบหนีไปทันที

อ่านต่อ

พยากรณ์อากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือน 43 จังหวัดระวังฝนตกหนัก!

พยากรณ์ อากาศวันที่ 30 กรกฎาคม 63 กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 43 จังหวัดระวังฝนตกหนัก ส่วน “กทม.” มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้มีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าจะเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสู่บริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งจะส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2563

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นละอองในระยะนี้: เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝน ดังนั้นการเกิดหรือการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน ไม่มีหรือมีน้อยในช่วงฤดูฝน

พยากรณ์ อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา
แพร่ น่าน กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร
อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ และอุทัยธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อ่านต่อ

ติวเตอร์สาวตกงาน ขังตัวเองในบ้านอยู่กับแมว 30 กว่าตัว ไม่พอใจมูลนิธิมาช่วย

แม่ร้องมูลนิธิปวีณาช่วย ลูกสาวตกงานเพราะ โควิด-19 กลับมาขังตัวเองในบ้านอยู่กับ แมว 30 กว่าตัว กลิ่นเหม็นตลบ แมว ก็จะอดตาย

ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นางปวีณา หงสกุล พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางลงพื้นที่หลังจากได้รับการร้องเรียนจาก นางพิม (นามสมมติ) ว่าบุตรสาวคือ น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ซึ่งตกงานจากพิษโควิด-19 และกลับมาอยู่บ้านที่ อ.ชะอวด พร้อมกับนำแมว 30 ตัวลงมาอยู่ด้วย โดยบุตรสาวนั้นเป็นเด็กเรียนเก่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทำงานเป็นติวเตอร์และขายดอกไม้ออนไลน์ อยู่กรุงเทพกว่า 10 ปีแล้ว แต่เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจากสถานการณ์โรค โควิด-19 บุตรสาวไม่มีงานทำไม่มีรายได้ จึงเดินทางกลับมาอยู่บ้าน

โดยลูกสาวได้จ้างรถขนแมวพันธุ์เปอร์เซียกว่า 30 ตัวลงมาด้วย แต่ทิ้งทรัพย์สินอื่นๆ ไว้ที่ กทม. เพราะไม่สามารถขนลงมาได้หมดเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งแพง แต่แมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่บุตรสาวตนรักได้มีการจ้างรถขนลงมา เมื่อมาอยู่บ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ก็นำแมวทั้ง 30 กว่าตัว เลี้ยงไว้ในบ้านและปิดหน้าต่างปิดประตูหมด

ในขณะที่ด้านนอกก็มีสุนัขพันธุ์เล็กประมาณ 6 ตัว ตนต้องออกมานอนแคร่ด้านนอกเพราะไม่สามารถนอนในบ้านได้ เนื่องจากความเหม็นของแมวที่อุจจาระและปัสสาวะอยู่ในบ้านไม่มีอากาศถ่ายเท และที่สำคัญแมวกำลังจะอดตายเพราะบุตรสาวก็ไม่มีรายได้ซื้ออาหารมาให้กิน ตนเองไม่สามารถเข้าบ้านได้ และมีปัญหากับบุตรสาวมาโดยตลอด

นางพิม กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงบุตรสาวที่ชอบเก็บตัวอยู่ในบ้านกับแมวที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอุจจาระและปัสสาวะ เกรงลูกจะเครียดและคิดสั้นจากปัญหาการตกงานและการตั้งความหวังในชีวิตแต่ไม่สมหวัง จึงประสานมูลนิธิปวีณาฯ ให้มาช่วยพาบุตรสาวตนไปรักษาและช่วยเหลือแมวทั้ง 30 กว่าตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวระบุว่า เมื่อคณะของมูลนิธิปวีณาฯ มาถึง ได้มีการเข้าไปเจรจากับ น.ส.พร แต่ปรากฏว่า น.ส.พรไม่ยินยอมให้เอาแมวไป และไม่พอใจที่มูลนิธิและคณะเดินทางมา พร้อมกับระบุว่ายังสามารถดูแลแมวได้และที่สำคัญตนรักแมวทั้งหมดมาก คิดจะทำคอกและล้างในบ้านแต่ยังไม่ว่างที่จะทำ โดย น.ส.พร แสดงความไม่พอใจนางพิมผู้เป็นแม่ที่ประสานมูลนิธิไป หลังจากมีการเจรจาเกลี้ยกล่อมกันอยู่พักใหญ่ ทาง น.ส.พร จึงยินยอมให้สัตวแพทย์เข้ามาดูแลในการทำวัคซีนและทำหมันแมว ซึ่ง น.ส.พร ระบุว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นก็จะขนแมวทั้งหมดกลับไปเลี้ยงที่กรุงเทพ

อ่านต่อ

นักท่องเที่ยวแสบอุ้ม “หมาไซบีเรียน” ของหลานสาวผู้ว่าฯ ไปแลกเป็นค่าอาหาร

นักท่องเที่ยววัยรุ่นมาเที่ยวเขาค้อ ขโมยอุ้มสุนัขหลานสาวว่าที่ผู้ว่าฯ หมาไซบีเรียน เพชรบูรณ์ ไปแลกเป็นค่าอาหาร

เมื่อวันที่ (29 กรกฎาคม 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชัชนี คงเมือง” ได้โพสต์ข้อความว่า “หมาไซบีเรียน ชื่อกล้วยเชื่อม พิกัดร้านไม้หน้าค่ายหลังบิ๊กซีเพชรบูรณ์ น้องวิ่งเล่นบริเวณร้านค้าแล้วหายไปราวๆ 1 ชั่วโมง (16:30) น้องมีปลอกคอป้ายชื่อสแตนเลส เขียนว่า กล้วยเชื่อม (โรงแรมพาราไดซ์อินน์) มีเบอร์โทรกลับ หากท่านใดพบเจอน้อง รบกวนติดต่อกลับ 08600016XX (เจ้าของ) เป็นห่วงมากๆ หรือ พาส่งคืนที่ ร้านไม้หน้าค่าย/โรงแรมพาราไดซ์อินน์ ด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ เจ้าของมีสินน้ำใจให้ 5,000 บาท”

หลังจากนั้นอีก 2 วันได้โพสต์ข้อความว่า “เจอแล้วขอบพระคุณทุกท่าน คนเพชรบูรณ์ใจดี คนเพชรบูรณ์ไม่เคยทิ้งกัน เดี๋ยววุ้นมาเล่าให้ฟังนะคะน้องขวัญเสียร้องครางตลอด ขอบพระคุณ อาแอ๊ด คุณปู่ คุณย่า ที่ถ้าไม่ใช่เพราะความดีของท่านวุ้นจะไม่ได้ลูกคืน”

ซึ่งต่อมาทราบว่าสุนัขตัวดังกล่าวถูกวัยรุ่นอุ้มขึ้นรถ แล้วนำไปแลกเป็นค่าอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบึงสามพัน ห่างจากจุดที่หายเกือบ 100 กิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านของเจ้าของสุนัขตัวดังกล่าว พบ น.ส.ชัชนี คงเมือง อายุ 38 ปี เจ้าของร้านค้าไม้หน้าค่ายพ่อขุนผาเมือง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนอยู่ 2 ตัว ชื่อกล้วยเชื่อม กับกล้วยฉาบ โดยในวันเกิดเหตุได้ปล่อยให้วิ่งเล่นอยู่ลานหน้าบ้าน และคาดว่าน้องอาจจะวิ่งเตลิดออกไปข้างนอก โดยวิ่งกลับมาเพียงตัวเดียวคือกล้วยฉาบ ส่วนกล้วยเชื่อมซึ่งเป็นเพศเมียอายุ 6 เดือน ไม่ยอมกลับมา ตนจึงได้ออกตามหาแต่ก็ไม่พบแต่อย่างใด จึงได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆในบริเวณใกล้เคียง แต่ก็ไม่พบเบาะแส จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งประกาศหาทางเฟซบุ๊ก ซึ่งโซเชียลต่างก็ช่วยกันแชร์ รวมทั้ง นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ คนใหม่ ซึ่งเป็นอาของตนก็ได้โพสต์ขอให้โซเชียลช่วยตามหาด้วย

กระทั่ง 2 วันต่อมาได้มีเจ้าของร้านอาหารที่ อ.บึงสามพัน โทรมาแจ้งว่า มีกลุ่มวัยรุ่นมากินอาหารและนำสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนมา แลกเป็นค่าอาหาร ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่ประกาศหาในโซเชียล จึงได้โทรแจ้ง หลังจากรับแจ้ง ตนก็รีบขับรถไปรับทันที วินาทีแรกที่เห็นกล้วยเชื่อมตนก็จำได้ทันที โผกอดและร้องไห้ดีใจแบบสุดๆ

น.ส.ชัชนี คงเมือง เปิดเผยต่อว่า สำหรับผู้ที่อุ้มน้องกล้วยเชื่อมไปนั้น ตนกำลังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางและจุดต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นคนอุ้มหรือขโมยไป เพื่อที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีเป็นคดีตัวอย่างต่อไป แต่ทั้งนี้หากผู้ก่อเหตุทราบข่าวและอยากจะขอโทษตนก็ยินดี แต่ขอให้ติดต่อมาโดยเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปเชิญตัวมา ไม่เช่นนั้นตนอาจจะไม่ให้อภัยก็เป็นได้

ด้านนายไพบูลย์ น้อยคำมี อายุ 69 ปี สามี เจ้าของร้านอาหารคุณกุ้ง หมู่ 9 บ้านซับสาริกา ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน เปิดเผยว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 27 ก.ค.2563 ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6-7 คน ขับรถยนต์กระบะวีโก้ สีดำ แบบมีคอก แต่จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ซึ่งคาดว่าเป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่มาเที่ยวเขาค้อ และเดินทางกลับผ่านร้านของตนได้แวะรับประทานอาหาร สั่งทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เมื่ออิ่มแล้วได้สั่งคิดเงินเป็นเงินสองพันกว่าบาท แต่หนึ่งในวัยรุ่นได้สอบถามตนว่า สนใจจะซื้อสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนหรือไม่ พร้อมทั้งพาตนเดินไปดูที่รถ พบว่าเป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนสีเทา ขนสะอาด โดยอ้างว่าญาติที่เขาค้อให้มา และหากกลับไปกรุงเทพฯ ก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยงได้ เพราะเจ้าของหอไม่ให้เลี้ยงสัตว์

อ่านต่อ

นายกฯ ยืนยันคดี “บอส อยู่วิทยา” ไม่เกี่ยวเงินบริจาค 300 ล้าน ขอให้เชื่อมั่นในตัวผม

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นกับ บอส อยู่วิทยา ที่ผ่านมาทั้ง 5 ปี ไม่เคยเสียหายกับเรื่องนี้ “ขอให้เชื่อมั่นในตัวผม”

เมื่อวันที่ (29 กรกฎาคม 63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ประเด็นข้อเท็จจริงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส รัฐบาลต้องการทำให้เรื่องนี้มีความกระจ่าง ชัดเจน โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นมาเพื่อเสาะหากความจริงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ที่ตรงไหน แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม ทั้งศาล อัยการ และตำรวจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอให้มั่นใจรัฐบาล และยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยปะละเลยกับเรื่องนี้ เพราะสังคมต้องมีความยุติธรรม ไม่มีการแบ่งชนชั้นใดๆ ทั้งสิ้น

อ่านต่อ

ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 สะสมทะลุ 17 ล้าน ต้องจับตาการระบาดรอบใหม่ในหลายประเทศ

รายงานสถานการณ์ไวรัส โควิด-19 ประจำวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลา ประเทศ ไทย พบมีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกกว่า 215 ประเทศ รวมสะสมแล้ว 17,162,514 ราย เพิ่มขึ้น 278,864 ราย เสียชีวิต 669,095 ราย รักษาหาย 10,672,779 ราย

ประเทศที่พบรายงานผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อสะสม 4,560,071 ราย เพิ่มขึ้น 61,344 ราย เสียชีวิต 153,581 ราย รักษาหาย 2,233,000 ราย
2. บราซิล มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,555,518 ราย เพิ่มขึ้น 70,869 ราย เสียชีวิต 90,188 ราย รักษาหาย 1,787,419 ราย
3. อินเดีย มีผู้ติดเชื้อสะสม 1,584,384 ราย เพิ่มขึ้น 52,249 ราย เสียชีวิต 35,003 ราย รักษาหาย 1,021,611 ราย
4. รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อสะสม 828,990 ราย เพิ่มขึ้น 5,475 ราย เสียชีวิต 13,673 ราย รักษาหาย 620,333 ราย
5. แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อสะสม 471,123 ราย เพิ่มขึ้น 11,362 ราย เสียชีวิต 7,497 ราย รักษาหาย 297,967 ราย
6. เม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อสะสม 402,697 ราย เพิ่มขึ้น 7,208 ราย เสียชีวิต 44,876 ราย รักษาหาย 261,457 ราย
7. เปรู มีผู้ติดเชื้อสะสม 395,005 ราย เสียชีวิต 18,612 ราย รักษาหาย 276,452 ราย
8. ชิลี มีผู้ติดเชื้อสะสม 351,575 ราย เพิ่มขึ้น 1,775 ราย เสียชีวิต 9,278 ราย รักษาหาย 324,557 ราย
9. สเปน มีผู้ติดเชื้อสะสม 329,721 ราย เพิ่มขึ้น 2,031 ราย เสียชีวิต 28,441 ราย
10. สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อสะสม 301,455 ราย เพิ่มขึ้น 763 ราย เสียชีวิต 45,961 ราย

อ่านต่อ

นักร้องดัง “โบกี้ ไลอ้อน” ขอโทษแล้ว ดราม่าการ์ดตกฉีกฉากกั้นพลาสติกกลางผับ

นักร้องดัง “โบกี้ ไลอ้อน” จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า โพสต์คลิปวิดีโอศิลปินหญิงชื่อดังที่กำลังขึ้นทำการแสดงบนเวที แต่จู่ๆ นักร้องสาวได้ฉีกพลาสติกที่กั้นระหว่างนักร้องกับคนดูออก พร้อมเขียนข้อความว่า ไม่เอาๆ การ์ดอย่าตกนะครับ ท่าแหวกม่านประเพณีก็มา

โดยมีคอมเมนต์เข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนิพฤติกรรมของนักร้องคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยฉากดังกล่าวทางร้านใช้กั้นป้องกันโรค โควิด-19 ตามมาตรการของ ศบค. ซึ่งหลายคนแสดงความเป็นห่วงกลัวว่าทางร้านจะเดือดร้อน ถูกตรวจสอบ และอาจถูกสั่งปิดเพราะการ์ดตกได้

ล่าสุดนักร้องสาวในคลิป โบกี้ พิชญ์สินี นักร้องชื่อดัง ได้โพสต์ขอโทษผ่านทางเฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม bowkylion ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเนื้อความว่า

“โบอยากขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับผิดไว้แต่เพียงผู้เดียว ขอโทษผู้ชม พี่ๆ นักดนตรี และศิลปินทุกท่าน รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของโบ โบจะแก้ไข และระวังตัว รวมถึงจะเป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องนี้ต่อไปในอนาคต”

อ่านต่อ

ฮือฮา ต้นมะพร้าวรูปทรงคล้ายพญานาค คอหวยไม่พลาดขอเลขเด็ด

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านม่วง ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ชาวบ้านพบต้น มะพร้าว ประหลาด รูปทรงก้านของมะพร้าวคดเคี้ยว คล้ายลำตัวและเศียรพญานาค ต่อมานางบัวผัน บุญสิทธิ์ อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบ เป็นต้นมะพร้าวอายุ 1 ปี มีก้านมะพร้าวคอเคี้ยว งอ เหมือนลำตัวพญานาค ส่วนใบก็หงิกงอพันกันเหมือนเศียรพญานาค สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นางบัวผัน เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้เป็นของลูกชาย คือนายคำจันทร์ อายุ 45 ปี ทำงานอยู่ จ.ชลบุรี ปีหนึ่งจะกลับมาหนึ่งครั้ง สร้างบ้านเอาไว้ในเนื้อที่ 1 ไร่ บ้านยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จดี โดยเมื่อ 3 วันก่อน ทางพ่อตาและแม่ยายของลูกชาย ได้มาตัดหญ้าบริเวณบ้าน แต่มองไปเห็นต้นมะพร้าวประหลาดดังกล่าว จึงได้เรียกเพื่อนบ้านมาดู ทุกคนก็ลงความเห็นว่าเหมือนพญานาคมาก จึงไม่ตัดหรือตกแต่งต้นมะพร้าวต้นนี้ จะเก็บเอาไว้จนกว่าเจ้าของจะกลับมา

อ่านต่อ