Browse Category: Uncategorized

เยาวชนปลดแอก เตือนรัฐบาลเตรียมล่มสลาย ถ้าคิดสั้นใช้ “ทหาร” สลายการชุมนุม

เยาวชนปลดแอก กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่นำโดยเยาวชน โพสต์ลงแฟนเพจในเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ (19 ตุลาคม 63) เตือนรัฐบาลว่าถ้าใช้ทหารเข้ามาสลายการชุมนุม ก็เตรียมตัวล่มสลายได้เลย

“หากรัฐบาลใช้ทหารเข้ามายับขั้งการชุมนุม หากรัฐคิดสั้นเช่นนั้น เตรียยมตัว ‘ล่มสลาย'” เยาวชนปลดแอก โพสต์

การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่มีเยาวชนปลดแอกเป็นหนึ่งในแนวร่วม ถูกเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดคือเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ต.ค.) ที่แยกปทุมวัน ด้วยการใช้รถเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง แต่เป็นกำลังของตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

นอกจากการเตือนดังกล่าวแล้ว เยาวชนปลดแอกเรียกร้องให้ภาครัฐปล่อยตัวแนวร่วมที่ถูกจับกุมทุกคน ภายในเวลา 18.00 น. วันนี้ (20 ต.ค.) และต้องยกเลิกการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ทันที

ไม่ใช่แค่นั้น เยาวชนปลดแอกยังย้ำว่า รัฐบาลจะต้องทำตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ที่เป็นจุดหมายหลักของการชุมนุมตั้งแต่แรกด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีทางหยุดการชุมนุมได้อีก ซึ่งข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนี้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีตัวแทนผู้ร่างมาจากการเลือกตั้ง 100% และการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง รวมอยู่ด้วย

“ศรีพันวา” ขอเลื่อนจ่ายค่าเช่าเข้ากองทรัสต์ อ้างรายได้ตกเพราะพิษโควิด

ศรีพันวา ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอขยายเวลา-งดจ่ายค่าเช่าเข้ากองทรัสต์ หลังขาดรายได้จากพิษโควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะนักท่องเที่ยวในประเทศ ถูกจำกัดเพียงช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

บริษัท ชาญอิสสระ รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อ 19 ตุลาคม 63 ว่า ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา หรือ SRIPANWA ได้รับหนังสือจาก บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด หรือ SPM โดยขอให้กองทรัสต์พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ SPM โดยการขยายระยะเวลาการชำระค่าเช่างวดเดือน ก.พ., มี.ค., มิ.ย. และ ก.ค. 2563 จากกำหนดชำระค่าเช่าเดิมของแต่ละงวดไปอีก 6 เดือน และผ่อนผัน (งดเว้น) การชำระค่าเช่างวดเดือน เม.ย. และ พ.ค. 2563 โดยผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีได้พิจารณาและเห็นสมควรอนุมัติตามรายละเอียดของการขอขยายระยะเวลาชำระค่าเช่างวดเดือนก.พ. มี.ค. มิ.ย. และก.ค. 2563 ดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ SRIPANWA ได้รับหนังสือจาก SPM ขอให้กองทรัสต์พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ SPM โดยขอให้ขยายระยะเวลาการชำระค่าเช่างวดเดือนส.ค.- ธ.ค. 2563 จากกำหนดการชำระค่าเช่าเดิมของแต่ละงวดไปอีก 6 เดือน และขอให้ผ่อนผัน (งดเว้น) การชำระค่าเช่าเดือนมิ.ย. 2563

อันสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVD-19) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย ยังคงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และไม่มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อลดลงแต่อย่างใด ทำให้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการต่าง ๆ เช่น การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2563

การกำหนดมาตรการคุมเข้มในการพิจารณาออกวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย หรือการกำหนดนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดการติดต่อระหว่างบุคคล เป็นต้น เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการโรงแรมทั้งหมดในประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และทำให้กระทบกับอัตราการเข้าพักโรงแรมของ SPM อย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่าทาง SPM ได้พยายามทุกวิถีทาง เพื่อที่จะประคับประคองสถานการณ์ เช่น การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของประชาชนในประเทศไทย การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างเต็มที่ แต่การเข้าใช้บริการของนักท่องเที่ยวในประเทศ ก็ถูกจำกัดอยู่เพียงช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เท่านั้น อันเป็นเหตุให้ SPM ไม่มีช่องทางในการหารายได้เพียงพอที่จะนำมาชำระค่าเช่าและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานที่จะนำมาชำระค่าเช่าให้แก่ กองทรัสต์ได้ตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณาของกองทรัสต์ SPM จะเริ่มชำระค่าเช่างวดเดือน ก.พ. 2563 ตามกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีตามรายละเอียดที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

ในการนี้ ผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดในการขอขยายระยะเวลาการชำระค่าเช่าและการขอผ่อนผัน (งดเว้น) การชำระค่าเช่าดังกล่าว ตามเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น รวมถึงแผนการฟื้นฟูเพื่อมาชำระค่าเช่าให้แก่กองทรัสต์ ภายใต้กรอบของข้อสัญญาที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยทรัสต์เป็นสำคัญ และบริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาและการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบในโอกาสต่อไปโดยเร็ว

ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 4 ราย รวมป่วยสะสม 3,669 ราย

วันนี้ (15 ตุลาคม 63) ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์โควิด-19 ใน ประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ (16 ตุลาคม 63) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 4 ราย เป็นผู้เดินทางมาจาก ไนจีเรีย 1 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย เอธิโอเปีย 1 ราย และ สิงคโปร์ 1 ราย

ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,669 ราย หายป่วยเพิ่ม 4 ราย รวมหายแล้ว 3,467 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 143 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตรวม 59 ราย

“พรรณิการ์ วานิช” ลั่นม็อบสะท้อนความโกรธของปชช. คิดรัฐประหาร เจอม็อบดาวกระจายทั่วประเทศแน่

พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมชุมนุมคณะราษฎร 2563 บริเวณแยกราชประสงค์ ว่า การชุมนุมของมวลชนวันที่ 15 ตุลาคม 63 สะท้อนให้เห็นถึงความโกรธของประชาชน ที่ได้ร่วมกันออกมาแสดงพลังว่าพวกเขาไม่ทนกับการกดขี่แบบนี้อีกต่อไป และทำให้เห็นว่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้ทำให้มวลชนเกรงกลัว สิ่งที่รัฐบาลทำไม่มีความชอบธรรม เพราะเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 63 ไม่ได้เข้าเงื่อนไขที่รัฐบาลอ้างว่าผู้ชุมนุมขัดขวางเสด็จหรือการบุกเข้าไปทำร้าย มีเพียงการชูสามนิ้ว แต่มีการปั้นข่าวเท็จใส่ร้ายประชาชน ดังนั้นจึงต้องมีการตั้งกรรมการตรวจสอบว่าข้อหาที่รัฐบาลกล่าวหาประชาชนอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงหรือไม่

เมื่อถามถึงการจับกุมแกนนำจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการเคลื่อนไหวหรือไม่ แกนนำคณะก้าวหน้า ระบุว่า การชุมนุม 15 ตุลาคม 63 ชัดจนแล้วว่าแกนนำไม่ใช่หัวใจสำคัญของการชุมนุมอีกต่อไป แต่มวลชนจะไม่ยอมหยุดเดินหน้า เพราะประชาชนเป็นแกนนำตัวเอง วันนี้ไม่สำคัญอีกแล้วว่าใครนำ แต่คือจำนวนคนที่เป็นสิ่งที่กดดันรัฐบาล

เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐประหาร พรรณิการ์ เห็นว่า เป็นสิ่งทีผู้มีอำนาจพยายามจะสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้น การจัดมวลชนเผชิญหน้ากัน รวมถึงการเอารัฐประหารเข้าไปในรัฐสภา ตนตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นอะไร ถ้าไม่ต้องการยึดอำนาจ วันนี้หลายคนที่ได้สอบถาม เขาบอกว่าจับเป็นจับยิงเป็นยิง ประวัติศาสตร์เดือน ต.ค. บอกกับคนไทยแล้วว่ากาาปราบปรามด้วยความรุนแรงไม่ได้ทำให้ประเทศกลับไปสู่ความสงบสุข

“ลองดูแล้วกันว่าถ้าทำรัฐประหาร เจอการชุมนุมแบบดาวกระจายทั่วประเทศแน่ อย่าคิดว่าพวกเขาไม่กล้า วันนี้ประชาชนตื่นแล้ว และจะไม่หลับตาอีกต่อไป”

ชาวบ้านแฉยับ มูลเหตุที่แท้จริงทำรถไฟชนรถทัวร์ คณะกฐิน ขยี้เละคาราง

เหตุจากสัญญาณเตือนทางข้ามทั้งระบบบกพร่อง ทำรถไฟชนรถทัวร์ คณะกฐิน คิดว่าไม่มีขบวนรถไฟผ่านมา จึงตัดสินใจขับรถข้ามจนเกิดเป็นเหตุโศกนาฏกรรมสลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ตุลาคม 63) เมื่อเวลา 10.30 น. ชาวบ้านซึ่งมีบ้านเรือนพักอาศัยอยู่ริมทางรถไฟ บริเวณใกล้เคียงกับสถานีรถไฟคลองแขวงกลั่น เปิดเผยว่า สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกคณะทำบุญงานทอดกฐินวัดบางปลานัก ถูกรถไฟบรรทุกสินค้าตู้คอนเทรนเนอร์ ขบวนที่ 852 พุ่งชนนั้น น่าจะมีสาเหตุมาจากสัญญาณไฟแจ้งเตือนบ่งชี้ว่ามีขบวนรถไฟผ่านมาแบบอัตโนมัติ ซึ่งถูกนำมาติดตั้งไว้นานถึงกว่า 4 ปีแล้ว แต่ไม่สามารถใช้งานได้นับตั้งแต่มีการนำมาติดตั้งทั้งสองด้าน ทั้งขาไปและขากลับ

ซึ่งเสาสัญญาณไฟแจ้งเตือนขบวนรถแบบอัตโนมัติชนิดนี้ เป็นระบบใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) หากสามารถใช้งานได้จะส่งเป็นสัญญาณเสียงเตือนดัง “โป๊ง โป๊ง” และจะมีหลอดไฟสีแดงกระพริบเตือนที่บริเวณทางข้ามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เส้นทางที่กำลังจะใช้ทางข้ามทราบ และหยุดรถรอให้ขบวนรถไฟผ่านไปก่อน

และหากไม่มีขบวนรถไฟผ่านมา เสาไฟสัญญาณเตือนพร้อมระบบเสียงดังกล่าวจะเงียบไม่ทำงาน ซึ่งทำให้คนขับรถที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่ หรือผู้ที่มีอาชีพขับรถเดินทางไกลข้ามถิ่น ที่มักจะยึดถือเครื่องหมายสัญญาณเป็นหลักนั้น เข้าใจว่าไม่มีขบวนรถไฟกำลังจะผ่านมา เนื่องจากเสาสัญญาณไฟเตือนและไซเรนดังกล่าวเงียบ และเป็นมานานถึง 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ถูกนำมาติดตั้ง ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของหน่วยงานใด

แต่สำหรับชาวบ้านคนในพื้นที่นั้น เป็นที่รู้กันว่ามันใช้งานไม่ได้ จึงไม่มีใครเชื่อฟังหรือยึดถือเครื่องหมายสัญญาณเตือนจากเสาไฟไซเรนทั้ง 2 ต้นนี้ แต่สำหรับคนต่างถิ่นที่ไม่รู้ว่ามันเสียหรือใช้งานไม่ได้และขับผ่านเส้นทางมา จึงได้เข้าใจแบบนั้น ว่าไม่มีรถไฟผ่านมาเพราะไม่มีสัญญาณเตือนส่งเสียงบอก ชาวบ้านรายดังกล่าวระบุ

ชาวบ้านยังบอกอีกด้วยว่า นอกจากเสาสัญญาณเตือนขบวนรถล่วงหน้าก่อนที่จะมีขบวนรถผ่านมาใช้งานไม่ได้แล้วนั้น ยังมีเสาไฟกระพริบสีส้มแจ้งบอกผู้ใช้ถนน ว่ามีทางรถไฟอยู่ข้างหน้ายังไม่สามารถใช้งานได้จริงอีกด้วย โดยเป็นระบบโซล่าเซลล์เช่นเดียวกัน แต่จะทำงานมีแสงกระพริบให้เห็นแต่เฉพาะในเวลากลางวัน ส่วนในเวลากลางคืนหรือช่วงฟ้ามืดครึ้มนั้นก็จะหยุดทำงานหรือหยุดกระพริบเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันในระหว่างที่ คณะจิตอาสาซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รถไฟของทางการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาทำการปรับปรุงพื้นที่และซ่อมแซมระบบดังกล่าว ต่อหน้าผู้สื่อข่าวซึ่งยืนดูอยู่ในพื้นที่ ได้มีการระบุแจ้งต่อกันว่า สาเหตุที่เสาสัญญาณไฟเตือนขบวนรถและไซเรนใช้งานไม่ได้นั้น เกิดจากบัซเซอร์ไหม้และแบตเตอรี่ที่อยู่ภายในเสื่อมสภาพตามที่ชาวบ้านบอกจริง

ทั้งนี้ จากการเฝ้าสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าว นับตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา รวมถึงตลอดเวลาของการลงพื้นที่เพื่อรายงานเหตุการณ์มาตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุ ยังได้พบว่า ในขณะที่มีขบวนรถไฟผ่านมาทุกขบวน ปรากฏว่าเสาสัญญาณไฟกระพริบแจ้งเตือนขบวนรถล่วงหน้า ไม่ได้มีการทำงานแจ้งเตือนตรงตามที่ชาวบ้านบอกอีกเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะมีขบวนรถผ่านไปในบริเวณที่เสาสัญญาณตั้งอยู่ก็ตาม

ด่วน! เจ้าหน้า ที่สลายการชุมนุม รวบตัวแกนนำ “ทนายอานนท์-ไมค์ ภาณุพงศ์-เพนกวิน”

เจ้าหน้า ที่เข้าสลายการชุมนุมบริเวณพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งเข้าจับกุมแกนนำ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่ กทม. ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา

ทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน @TLHR2014 ทวีตรายงานสถานการณ์การชุมนุมในช่วงเช้ามืดของวันนี้ (15 ตุลาคม 63)

4.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าประกาศเรื่องการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพ โดยห้ามมีการชุมนุม จึงขอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมและออกจากพื้นที่ทั้งหมด

4.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากเริ่มนำกำลังเข้ายึดพื้นที่ โดยมีการดันรั้วกับผู้ชุมนุมเล็กน้อย ก่อนผู้ชุมนุมจะถอยออกมา จนท.ได้เคลื่อนกำลังเข้าพื้นที่ และมีการเคาะกระบองกับโล่เพื่อข่มขวัญ

4.55 น. จนท.ตร.หลายพันนายเข้ายึดพื้นที่หน้า รร.มัธยมวัดเบญจมพิตร และผู้บังคับบัญชาให้เดินเคลียร์พื้นที่ไปด้านทำเนียบและพาณิชย์พระนคร โดยไล่รื้อรั้วเหล็กออก และควบคุมพื้นที่ทั้งหมด

5.00 น. จนท.เข้าจับกุมตัว ทนายอานนท์ นำภา และ ไมค์ ภาณุพงศ์ โดยมีการแสดงหมายจับของศาล ของทนายอานนท์เป็นคดีการปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ แต่ของไมค์ยังไม่ทราบว่าจากคดีอะไร จนท.นำขึ้นรถที่ไม่ใช่รถตำรวจ เดินทางออกไป ยังไม่ทราบว่านำไปที่ใด ขณะเดียวกันมีรายงานว่า “เพนกวิน” ก็โดนจับกุมไปก่อนหน้านี้

5.10 น. ตร.จำนวนมากในชุดปราบจราจลและควบคุมฝูงชนเข้ายึดพื้นที่บน ถ.พิษณุโลก ให้ผู้ชุมนุมที่ยังอยู่เดินทางกลับบ้านไปทาง ถ.นางเลิ้ง และให้สื่อออกจากพื้นที่ด้วย ตร.ยังมีการประกาศว่าใครที่ยังอยู่ ให้ควบคุมตัวได้เลย

5.35 น. บริเวณแยกนางเลิ้ง พบว่ามีรถควบคุมผู้ต้องขังที่มีประชาชนที่ถูกจับกุมอยู่บนรถจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จนท.จะนำรถออกไป ยังไม่ทราบว่าจะนำตัวไปที่ใด และจำนวนผู้ชุมนุมที่ถูกจับมีเท่าใด

เยาวชน ปลดแอกโคราช แห่ขึ้นรถบัสมุ่งกรุงเทพฯ คึกคัก ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย

กลุ่ม เยาวชน ปลดแอกโคราช รวมตัวกันรอขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครวันนี้ (14 ตุลาคม 63) เพื่อร่วมชุนนุมเรียกร้องประชาธิปไตยกับคณะประชาชนปลอดแอก

สมาชิกกลุ่มเยาวชนปลอดแอกโคราชส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย ทั้งยังพบว่านำกระเป๋าเป้ใส่สัมภาระจำเป็นมาด้วย คาดว่าเพื่อเตรียมพร้อมปักหลักร่วมการชุมนุมหากมีการขยายระยะเวลาให้ต่อเนื่องหลายวัน

ขณะเดีวกันที่บริเวณด้านหน้าโรงพบาบาลมหาราชนครราชสีมา ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชเดินทางมาร่วมสมทบกับกลุ่มเยาวชนปลดแอกโคราชด้วย โดยมีรถบัสปรัอากาศ 2 ชั้นมารับที่บริเวณป้ายรถเมล์ด้านหน้าโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ที่อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ตัวแทนกลุ่มเยาวชนปลดแอกโคราชรายหนึ่ง เปิดเผยว่า สมาชิกกลุ่มเยาวชนปลดแอกโคราชทยอยเดินทางไปกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง มีทั้งไปโดยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ เหมารถตู้ และรถบัส บางส่วนเดินทางไปตั้งแต่ช่วงกลางดคกที่ผ่านมา คาดว่าจะมีเยาวชนจาก จ.นครราชสีมา ไปร่วมการชุมนุมครั้งนี้นับพันคน

นอกจากนี้ ตัวแทนคนดังกล่าวยังบอกอีกว่า ไม่หวั่นกลัวแม้เจ้าหน้าที่จะจับกุมแกนนำเยาวชนไปแล้วหลายคน เพราะเชื่อว่าการเดินทางไปครั้งนี้เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของระบอบประชาธิปไตย จะไม่ยอมก้มหน้าถอยหลังให้รัฐบาลที่มาจากเผด็จการเด็ดขาด

ไอดอล ปลดแอก พุ่งติดเทรนด์ หลัง “เจนนิษฐ์-ฝ้าย BNK48” ไลฟ์คุยปมสังคม-การเมือง

ไอดอล ปลดแอก หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้(13 ตุลาคม 63) ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน บุกเข้าสลายการชุมนุม พร้อมจับกุม ไผ่ ดาวดิน แอมมี่ The Bottom Blues และแกนนำรวม 21 คน ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำให้มีผู้ชุมนุมบางคนได้รับบาดเจ็บ โดยมีภาพเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปในหลากหลายแง่มุม

หนึ่งในกลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว คือกลุ่มศิลปินไอดอลสาววง BNK48 ที่หลายคนออกมาโพสต์ข้อความผ่านช่องทางต่างๆในโซเชียลมีเดีย แสดงความเห็น และมุมมองทางการเมืองทั้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต่อประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็น ฝ้าย สุมิตรา ดวงแก้ว, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, เข่ง จุฑามาศ คลทา และ เปี่ยม รินรดา อินทร์ไธสง

ก่อนที่เมื่อช่วงกลางดึก เจนนิษฐ์ ได้ทำการไลฟ์พูดคุยกับแฟนคลับผ่านทาง instagram ร่วมกับ ฝ้าย ในประเด็นเกี่ยวกับการเมือง การร่วมชุมนุม การศึกษา และประเด็นทางสังคมอีกหลายเรื่อง โดยระบุว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน แม้แต่ในต่างประเทศยังมีการเรียนการสอนที่ปลูกฝังให้นักเรียนได้เห็นความสำคัญในเรื่องสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพทางการเมืองกันตั้งแต่เด็ก ซึ่งจริงๆแล้วการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นนั้น ไม่ยากเกินไปเลยหากทุกคนร่วมมือกัน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มแฟนคลับว่า วง BNK48 นั้นมีกฎระเบียบที่เข้มงวด รวมทั้งในเรื่องการแสดงออกทางการเมืองด้วย เจนนิษฐ์ระบุว่า ตนยังเคยขัดแย้งกับสมาชิกในวงบางคน ในเรื่องของการแสดงออกทางการเมืองมาแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่พูดคุยกันด้วยเหตุผลจนเข้าใจกัน การเห็นต่างกันก็เป็นเรื่องปกติ และทุกคนก็เคารพสิทธิ์ของกันและกัน

ปากีสถาน สั่งห้ามใช้ “TikTok” ชี้ เนื้อหาไม่สุภาพ-ผิดศีลธรรม

ปากีสถาน หน่วยงานกำกับควบคุมด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมของปากีสถานหรือ PTA ออกคำสั่งห้ามใช้แอป TikTok ในประเทศ โดยให้เหตุผลว่ามีเนื้อหาที่ไม่สุภาพและผิดศีลธรรมและแถลงว่าทางหน่วยงานได้มีคำสั่งหลายครั้งให้ TikTok เพิ่มการสอดส่องดูแลเพื่อไม่ให้มีการเข้าถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายของปากีสถาน

แต่จากการไม่ได้รับความร่วมมือจาก TikTok หน่วยงาน PTA จึงต้องออกคำสั่งห้ามใช้แอปที่ว่านี้ในประเทศ ถึงกระนั้นก็ตามหน่วยงานกำกับควบคุมด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมของปากีสถานก็กล่าวว่าพร้อมจะทบทวนการตัดสินใจ

องค์กรนิรโทษกรรมสากลได้ตำหนิการตัดสินใจของรัฐบาลปากีสถานว่าเป็นการปฏิเสธสิทธิของประชาชนในการแสดงออกซึ่งตัวตนออนไลน์

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลปากีสถานได้มีคำสั่งห้ามใช้แอปสำหรับการนัดพบและหาคู่หรือ dating app ไปแล้วห้ารายการ คือ Tinder, Grindr, Tagged, Skout และ SayHi โดยให้เหตุผลว่าแอปเหล่านี้มีเนื้อหาไม่สุภาพผิดศีลธรรมซึ่งขัดกับกฎหมายของปากีสถานเช่นกัน

ยอมแล้ว “ครูจุ๋ม” ถอนแจ้งความผู้ปกคครอง คดีทำร้ายร่างกาย พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ

วันที่ 12 ตุลาคม 63 ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ นางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูจุ๋ม ซึ่งเป็นครูพี่เลี้ยง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความประสงค์ขอถอนแจ้งความ ที่ตนเองถูก นายชาญวิทย์ อายุ 37 ปี และภรรยา พ่อและแม่ของนักเรียน ที่ทำร้ายร่างกายตนด้วยการกระโดดถีบและตบ หลังเห็นคลิปลูกชายถูกทำร้ายจนระงับอารมณ์ไม่อยู่

โดยในเย็นวันนี้มีผู้ปกครองของเด็กๆอนุบาลที่ถูกพี่เลี้ยงจุ๋ม เดินทางมารับเอกสารเพิ่มเติม รวมทั้งพ่อและแมู่่กรณีที่ถูกแจ้งความ เดินทางมา สภ.ชัยพฤกษ์ เช่นกัน โดยทางครูจุ๋มได้ขอถอนแจ้งความเป็นที่เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปรียบเทียบปรับพ่อและแม่ของน้องเสือ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย

บรรยากาศบนโรงพักเต็มไปด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัย เมื่อทั้งสองฝ่ายได้พบหน้าพูดคุยกัน โดยครูจุ๋มได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้ปกครองทุกคนที่ตนเองใช้อารมณ์ทำร้ายเด็กๆ จนทำให้ผู้ปกครองเสียใจ ซึ่งในวันนี้ทางผู้ปกครองต่างยินยอมยกโทษให้กับครูจุ๋ม เพราะรู้สึกสงสารและเห็นใจที่ต้องถูกสังคมรุมถล่ม แต่ในเรื่องของคดีที่ครูจุ๋มตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายเด็กนักเรียนนั้น ผู้ปกครองก็ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนตัวแล้วยินดียกโทษให้ครู๋จุ๋ม เพราะรู้สึกเห็นใจที่ถูกสังคมลงโทษไปแล้ว