Browse Tag: ข่าวประจําวัน

หลวงตาไอหนัก รั้นไม่ยอมไปหาหมอ สุดท้ายมรณภาพคากุฏิ

สลด หลวงตาไอหนัก แต่ไม่ยอมไปหาหมอ รุ่งเช้าไม่มานั่งที่ม้าหินอ่อนที่ประจำ พระลูกวัดปีนปีนหน้าต่างกุฏิดู พบมรณภาพไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มิ.ย.64) ร.ต.อ.ฉลองชัย บางจั่น รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร เข้าตรวจสอบศพ พระประจวบ อายุ 67 ปี พระลูกวัด บนกุฎิภายในวัดพรวน ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท พร้อมกู้ภัยและแพทย์เวร รพ.ชัยนาทนเรนทร

ที่เกิดเหตุพบศพพระประจวบมรณภาพในท่านั่งฟุบอยู่กับแคร่จำวัด โดยมีถังน้ำตั้งอยู่ที่ใกล้ช่วงไหล่ มีน้ำลายและอ้วกของผู้เสียชีวิตอยู่ในถังจำนวนมาก ตรวจสอบไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย ในห้องไม่พบการรื้อค้น ทรัพย์สินไม่สูญหายและมียาประจำตัวผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งวางอยู่ใกล้กัน จึงนำศพส่งมอบญาติเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า พระประจวบมีโรคประจำตัวหลายอย่างก่อนเกิดเหตุเมื่อเย็นวาน พระประจวบได้ทำงานดายหญ้าบริเวณข้างกุฏิอยู่กว่า 1 ชั่วโมง จนกระทั่งช่วงค่ำเข้าจำวัด พระลูกวัดได้ยินเสียงพระประจวบไออย่างหนัก จึงแนะนำให้ไปหาหมอ แต่พระประจวบก็ไม่ไป บอกว่าเดี๋ยวก็คงหาย

ตลอดทั้งคืนก็ยังได้ยินเสียงพระประจวบไอถี่ๆ จนกลางดึกก็เงียบเสียงไป คิดว่าคงอาการดีขึ้น แต่เมื่อเช้าวันใหม่ไม่เห็นพระประจวบลงมานั่งที่ม้าหินอ่อนที่ประจำจึงปีนหน้าต่างดู ก็พบพระประจวบมรณภาพไปแล้วดังกล่าว

เบื้องต้น สันนิษฐานว่าพระประจวบคงมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรือปอด แต่ไม่ยอมไปรักษา จนไปทำงานสูดเอาขนหญ้าเข้าไปอาการกำเริบไอหนัก จนขาดใจมรณภาพลงดังกล่าว

อนุทิน เผย สธ.เซ็นสัญญาจองซื้อวัคซีนโควิดจากไฟเซอร์แล้ว

“อนุทิน” เผยได้ลงนามจองซื้อวัคซีนไฟเซอร์แล้ว ผู้ผลิตเตรียมยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย.ต่อไป ยืนยันประเทศไทยไม่ขาดวัคซีน มีการทยอยส่งมอบตามแผน พร้อมจัดหาวัคซีนเพิ่ม

วันนี้ (10 มิถุนายน 2564) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไทยมีการเจรจาจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมกับทุกบริษัท ล่าสุดวันนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้ลงนามเอกสารสัญญาจองซื้อวัคซีนกับไฟเซอร์แล้ว หลังจากนั้นจะทำบันทึกความตกลงการจัดซื้อวัคซีน โดยจะมีการกำหนดเรื่องของราคาและเงื่อนไข ภายใน 4 สัปดาห์

ซึ่งจากนี้ทางไฟเซอร์จะต้องส่งเอกสารผ่านระบบ e-Submission เพื่อยื่นขึ้นทะเบียนวัคซีนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันนั้น เอกสารสัญญาทางสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณากลับมาแล้ว อยู่ระหว่างบริษัทผู้ผลิตที่สหรัฐอเมริกาตอบกลับมา หากทุกอย่างเรียบร้อยจะมีการจัดซื้อวัคซีนของไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 5 ล้านโดส ภายในปี 2564

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหาวัคซีนมาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จากทั้งผู้ผลิตวัคซีนรายใหม่ รูปแบบ และเทคโนโลยีใหม่ ส่วนการฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นทุกปีหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีผลทางวิชาการที่ชัดเจนถึงระยะเวลาของประสิทธิผลวัคซีน จึงควรมีการฉีดซ้ำเช่นเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ต้องฉีดกระตุ้นทุกปี ส่วนจะฉีดกี่เข็มขึ้นกับผลการศึกษา และข้อบ่งชี้การใช้ของวัคซีนแต่ละชนิดที่นำเข้ามาใช้ หากมีแบบเข็มเดียวก็ฉีดเพียงเข็มเดียว เป็นต้น

“ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน เราจะมีคนฉีดวัคซีนรวมกว่า 10 ล้านคน และจะฉีดต่อเนื่องให้ประชาชนจนถึงสิ้นปี ยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีคำว่าขาดวัคซีน เนื่องจากมีทั้งวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวคทยอยส่งมอบ โดยสัปดาห์หน้าจะมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าส่งให้ตามที่กำหนดและส่งมอบจนครบ รวมถึงอีกประมาณ 3 เดือนคาดว่าจะมีวัคซีนของผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่เซ็นสัญญาทยอยส่งมา สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนให้เหมาะสมกับจำนวนที่มี เพื่อให้มีวัคซีนฉีดอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการหยุดชะงักหรือรอวัคซีนในช่วงจัดส่งที่อาจทำให้เกิดความกังวลใจกันได้” นายอนุทิน กล่าว

แม่ลั่น ผู้ปกครองรุ่นพี่ทำ “น้องปลื้ม” ตาย ต้องร่วมรับผิดชอบ

จากกรณีที่ “น้องปลื้ม” รุ่นน้องอุเทนถวายถูกรุ่นพี่ซ่อม จากการไม่ร่วมมือทำกิจกรรมรับน้องใหม่ ถูกลงโทษโดยให้รุ่นพี่เวียนเตะจำนวนถึง 24 คน จนอาการสาหัส รักษาตัว 8 วันก่อนเสียชีวิต ด้านแม่ออกมาขอความเป็นธรรม

“น้องปลื้ม” รายการโหนกระแสวันที่ 9 มิ.ย. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ มนัสนันท์ ตามกลาง แม่ผู้เสียชีวิต และ อินดี้ วีรพงษ์ ตามกลาง พี่ชาย ที่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม มาพร้อม “เอ กีรติ ปั้นมณี” กลุ่มแอนตี้โซตัส รวมทั้ง “ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์”

เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น?

มนัสนันท์ : ก่อนอื่นต้องขอบคุณรายการโหนกระแส และทางสถาบันน้องที่ให้ความร่วมมือ ซัปพอร์ตแม่ในระยะเวลาที่แม่อยู่กับลูก ประมาณตี 3 วันที่ 28 เพื่อนน้องชื่อโบ้ โทรมาบอกว่าปลื้มอยู่รพ. ไอซียู เลยถามว่าน้องเป็นอะไร เขาบอกว่าผมนั่งคุยกันเฉยๆ ปรึกษาหารือกัน จู่ๆ ปลื้มก็หงายหลังชัก แม่ก็ไม่ได้ถามต่อ เตรียมตัวไปหาลูก ก็โทรหาพี่ชายให้ไปดูน้อง

อินดี้ : ได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่ตีสี่ให้ไปดูน้องหน่อย น้องอยู่ดีๆ ก็เกิดอาการช็อกไป รีบขับรถจากราชบุรี มากรุงเทพฯ ประมาณหกโมงเช้า ขึ้นไปห้องไอซียู เจอสภาพน้องอาการชักเกร็ง โดนมัดมือมัดเท้า เกิดการชักกระตุก ตาเหลือบมองบน อาการไม่ตอบสนองแล้ว เขาไม่มีปฏิกิริยาที่จะตอบสนองเราได้แล้ว เราได้พบคุณหมอสิบโมงพร้อมคุณแม่มาถึง ทราบอาการเบื้องต้น พบปอดติดเชื้อ น้ำท่วมปอด และเรื่องหัวใจบวม

เห็นว่ามีอาการเรื่องหน้าอกที่มีร่องรอยบาดแผลจากการทำซีพีอาร์มาก่อน?

อินดี้ : ใช่ครับ จากการชันสูตรศพในวันสุดท้ายที่น้องเสียชีวิต บริเวณหน้าอกเกิดการฟกช้ำจากการทำซีพีอาร์ผิดวิธี ซี่โครงน้องหักซี่ที่ 3 เราก็สงสัยเพราะน้องเราเป็นคนสุขภาพแข็งแรง ชอบเที่ยว ออกกำลังกาย ก็ถามคุณแม่ว่าให้บอกเพื่อนๆ ได้มั้ยว่าโทรศัพท์กระเป๋าตังค์อยู่ที่ไหน เราอยากจะเช็กข้อมูล คืนนั้นเราเช็กดูไลน์ เฟซบุ๊ก ไอจีน้องทั้งหมด

เจออะไร?

อินดี้ : เจอข้อความในกลุ่มเพื่อนกลุ่มพี่ ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น พี่พยายามไล่บี้ สุดท้ายเจอการโดนกระทืบ ในนั้นเขียนไว้หมดเลย

พอเห็นตรงนี้รู้เลยว่าที่รุ่นพี่โทรศัพท์มาบอกว่าไม่รู้ปลื้มเป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็ล้มหงายไปเอง แต่ในไลน์เขาบอกว่าที่น้องโดนกระทืบไม่ได้ทำด้วยความสะใจ แต่เป็นเพราะปลื้มตอบคำถามเขาไม่ได้ มันดูเลวร้ายกว่าอีก แค่คนๆ นึงตอบคำถามไม่ได้ ปลื้มต้องไปช่วยนายกซึ่งอยู่ในรุ่นเดียวกัน ตอบคำถามรุ่นพี่ไม่ได้ โดนเตะ หลังจากนั้นอยู่หัวเฉียวกี่วัน?

อินดี้ : 5 วัน อาการไม่ดีขึ้น หมออาจจะให้ยาแค่คลายเส้นและรักษาตามอาการ ตามที่รุ่นพี่เขาแจ้งตอนแรกว่าช็อกและหมดสติไป หลังจากนั้นทางญาติได้ส่งตัวกลับทาง รพ.มหาราช นครราชสีมา ได้ตรวจอาการเบื้องต้นใหม่ทั้งหมด อาการทรุดลง อาจจะเกิดจากการเคลื่อนย้ายด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ อาการน้องทรุดลงเรื่อยๆ โรคแทรกซ้อนก็เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายน้องเสียชีวิต

ช่วงระยะเวลาที่น้องรักษาตัว น้องไม่รู้สึกตัวเลย?

อินดี้ : ไม่เลยครับ เพราะคุณหมอแจ้งครั้งแรกจาก รพ.หัวเฉียว ว่าน้องขาดอากาศหายใจ อากาศไม่ไปเลี้ยงสมองแล้ว เซลล์สมองตายแล้ว

เห็นบอกว่าความจริงเริ่มปรากฏออกมา เป็นยังไง?

อินดี้ : ความจริงเริ่มเปิดเผย มีกลุ่มเพื่อนๆ เริ่มทนไม่ไหว เพื่อนเขาเป็นขนาดนี้ยังไม่มีใครยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพยายามมาอธิบายให้พี่กับแม่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่ามีรุ่นพี่เรียกรุ่น 89 โดยรุ่นพี่รุ่น 88 เรียกประชุมโดยนัดหมายทางไลน์หรือโทรศัพท์ นัดประชุมที่มหาวิทยาลัยในคืนวันที่ 27

เข้าได้เหรอ?

อินดี้ : ตอนนั้นเข้าไม่ได้ แต่เขาน่าจะแอบกันเข้า รุ่นปลื้มเกือบ 30 คน รุ่นพี่อีก 24 คน พอเข้าไปประมาณ 2 ทุ่ม เราได้กล้องวงจรปิดจากมหาวิทยาลัย เขาให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ดูการเข้าการออก พอสามทุ่มน้องโดนอุ้มออกมาแล้ว อื่นๆ

โผล่อีก จอมปลวกบนหลักกิโลเมตร คอหวยจับตา รอลุ้นเลขดังงวดนี้

โผล่อีก พบจอมปลวกโผล่บนหลักกิโลเมตร คอหวยไม่พลาดแห่ขอเลขเด็ด หลังให้แม่นมาแล้ว 2 งวด แถมมีเลขดังของงวดนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 มิ.ย. 64) ได้รับรายงานว่า บนถนนเส้นทาง 214 สาย อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ -อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 17 ปากทางไปบ้านขี้เหล็ก ต.โพนครก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร โดยชาวบ้านแจ้งว่ามีจอมปลวกแปลกเกิดขึ้นอยู่บนหลักกิโลเมตร ขนาดไม่ใหญ่สักเท่าไหร่ แต่เคยมีชาวบ้านมาจุดธูปทำพิธีขอเลข แล้วได้เลขเด็ด ซึ่งถูกมา 2 งวดแล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ก็พบว่ามีจอมปลวกลักษณะเหมือนเจดีย์ ตั้งอยู่บนหลักกิโลเมตรที่ สร.ก กม. 17 ขนาดสูงประมาณ 10 นิ้ว ซึ่งจอมปลวกลักษณะนี้ ในจังหวัดสุรินทร์ก็เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ อ.ศีขรภูมิ จนเป็นที่ฮือฮาของบรรดาคอหวยเป็นอย่างมาก และเป็นข่าวดังติดต่อกันหลายเดือน

จากการสอบถาม นางกันยา อายุ 44 ปี ชาวบ้าน ได้เล่าว่า จอมปลวกบนหลักกิโลนี้ มีคนมาเห็นประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ ต่อมามีคุณยายในหมู่บ้านเห็นว่าเป็นของแปลกดีไม่เคยเห็น ก็เลยมาทำพิธีขอหวยในตอนกลางคืน ซึ่งก็ปรากฏว่าได้เลขเด็ดมาตามความหวัง และก็ถูกรางวัลมา 2 งวดแล้ว

และในวันนี้ก็ได้พาชาวบ้านประมาณ 10 คน มาเพื่อขอเลขเด็ดกันอีก โดยจะไม่มีการจุดธูปเสี่ยงทายแต่อย่างใด แต่จะขอบอกว่าถ้าจอมปลวกบนหลักกิโลขลังจริง ก็ให้ออกเลขบนหลักกิโลเลย ตนจะเอาตัวเลขบนหลักกิโลไปเสี่ยงทายกัน

ซึ่งในวันนี้ตัวเลขบนหลักกิโลถ้ามองจากด้านหน้าจะเห็นเป็นเลข 17 แต่ถ้ามองจากด้านขวา จะเห็นเป็นเลข 15 อยู่บน และเลข 23 อยู่ด้านล่าง และถ้ามองจากด้านซ้ายจะเห็นเป็นเลข 1 อยู่ด้านบน เลข 13 อยู่ด้านล่าง ซึ่งก็คาดว่างานนี้น่าจะมีได้เฮกันอีกสักงวดแน่ โดยเฉพาะเลข 23 ซึ่งถือว่าเป็นเลขดังในงวดนี้ด้วย

อันดับหนัง ที่น่าจับตามองในปี 2015 – โปรแกรมหนังใหม่

Star Wars : The Force Awakens

อันดับหนังHD อันดับ 1 ที่ทุกคนรอคอย คงจะหนีไม่พ้นการคืนจอของหนังสงคราม อวกาศอย่าง Star Wars ซึ่งกลับมาในชื่อแบบเต็ม ๆ ว่า Star Wars: The Force Awakens โดยเป็นฝีมือของผู้กำกับ เจเจ เอบรัมส์ (J.J. Abrams) ที่นำทีมนักแสดงชื่อดังกลับมาเล่าเรื่องราว 30 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Star Wars Episode 6 : Return of the Jedi ซึ่งออกฉายเมื่อปี 1983 ซึ่งจะมีนักแสดงหน้าใหม่มารับบทเป็นตัวละครที่เราคุ้นเคยอย่างแน่นอน ส่วนจะมีใครบ้างนั้นก็รอติดตามได้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2015 ตามกำหนดการในประเทศไทย

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Avengers : Age of Ultron

อันดับหนังHD หากมองจากชื่อตอนก็น่าจะเดาออกได้ไม่ยากว่า Avengers : Age of Ultron จะพาคุณไปสัมผัสกับอันตรายจากหุ่นยนต์ชั่วร้ายนามว่า อัลตรอน ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์คือภัยคุกคามที่แท้จริงของโลกและจำเป็นต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก จึงเป็นหน้าที่ของสมาชิกอเวนเจอร์ที่ต้องป้องกันแผนการอันชั่วร้ายของอัลตรอน ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้และการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสนุกในภาคนี้คือ จอส วีดอน (Joss Whedon) ที่กำกับและเขียนบทด้วยตัวเอง โดยเตรียมเข้าฉายก่อนอเมริกา 30 เมษายน 2015

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Jurassic World

อันดับหนังHD แฟนพันธุ์แท้ของหนังไดโนเสาร์ชุด Jurassic Park เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่วันที่ 11 มิถุนายน 2015 กันได้เลย เพราะความระทึกใจกำลังจะกลับมาในภาคต่อที่ชื่อว่า Jurassic World ซึ่งจะพาคุณไปผจญภัยบนสวนสนุกบ นเกาะอิสล่านูบลาร์ (Isla Nublar) ภายใต้ฉากหลังที่เกิดขึ้น 22 ปี

หลังจากเหตุการณ์ใน Jurassic Park ภาคแรก (1993) โดยมนุษย์ต้องเผชิญกับอันตรายจากกองทัพไดโนเสาร์ที่สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นทั่วเกาะ อันนำไปสู่การต่อสู้ของมนุษย์ที่ต้องเอาตัวรอดทุกวิถีทาง โดยพระเอก คริส แพรตต์ (Chris Pratt) รับหน้าที่นำแสดงร่วมกับดาราแถมหน้าอีกมากมาย

20 อันดับหนังที่น่าจับตามองในปี 2015

Inside Out

นี่คือแอนิเมชั่นจาก Disney และ Pixar ที่จะพาคุณเข้าไปทำความรู้จักกับอารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ซึ่งได้แก่ ความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว และความสงบ ผ่านเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 11 ปีที่ต้องปรับตัวให้กับกับสภาพแสดล้อมใหม่ โดยได้รับความเหลือจากความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่ในหัวของเธอเอง โดย Inside Out เป็นผลงานของผู้กำกับ พีท ด็อกเตอร์ (Pete Docter) จาก Monsters Inc. และ UP และมีกำหนดเข้าคิวฉายในบ้านเรา 12 สิงหาคม 2015

ลุงพล-แม่น้องชมพู่ จัดพิธีบายศรีเรียกขวัญ ฤกษ์เดียวกัน 6 เดือน 6 แต่บ้านใครบ้านมัน

ชาวบ้านกกกอกทำพิธีบายศรีเอิ้นขวัญครอบครัวน้องชมพู่ แม่หลั่งน้ำตาขอบคุณชาวบ้านไม่ทอดทิ้ง ทางด้านครอบครัว ลุงพล ก็ทำพิธีเช่นกัน ยูทูบเบอร์และแฟนคลับให้กำลังใจแน่น

เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 64 ชาวบ้านกกกอกรวมตัวกันถือข้าวหม้อแกงหม้อ พร้อมทั้งพานบายศรีสู่ขวัญมาทำพิธี “เอิ้นขวัญ” หรือ เรียกขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของน้องชมพู่ ซึ่งเป็นพิธีตามความเชื่อของชาวอีสาน หลังเจอเรื่องร้ายๆ และเพื่อเป็นการให้กำลังใจให้กับครอบครัวของแม่น้องชมพู่

โดยพิธีเริ่มต้นมียายยอน หมอธรรมในหมู่บ้านยกพานบูชา และเป็นคนกล่าวเริ่มการทำพิธี ด้วยภาษาท้องถิ่น จากนั้นก็นำด้ายสายสิญจน์มาผูกข้อมือ และให้พรกับแม่น้องชมพู่ เป็นภาษาพื้นเมือง จับใจความได้ว่า “จากนี้ไปขอให้เจอแต่เรื่องดีๆ เรื่องเลวร้ายขอให้ออกไป ชาวบ้านพวกเราไม่เคยทิ้ง ยังอยู่กับครอบครัวของน้องชมพู่ตลอด ไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่คนเดียว” พูดจบประโยคนี้ แม่ชมพู่ก็ร้องไห้ ยายยอนคนทำพิธีก็ร้องไห้ เนื่องจากทราบซึ้งน้ำใจของชาวบ้านที่ไม่เคยทิ้งให้ครอบครัวต้องเดียวดาย และต่อสู้กับการเสียชีวิตตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากผูกข้อมือเสร็จ ก็เป็นการรดน้ำมนต์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย พร้อมเรียกขวัญกำลังใจให้กลับคืนมา ขณะที่บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ชาวบ้านก็ร่วมกันกินข้าวที่เตรียมมา

นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เปิดเผยว่า ขอบคุณชาวบ้านในวันนี้ โดยตนซึ้งใจมาก แม้ว่าวันนี้จะไม่มีคนในครอบครัวมา แต่ก็มียังมีชาวบ้าน ซึ่งการผูกข้อมือ ชาวบ้านบางคนก็ร้องไห้ ซึ่งคาดว่าเขาคงมีความรู้สึกเดียวกับแม่ และสิ่งที่ทำให้ตื้นตันที่สุด ชาวบ้านบอกว่า “ไม่ได้อยู่คนเดียว ชาวบ้านยังอยู่เคียงข้าง มีอะไรก็ให้บอก” ยืนยันจะต่อสู้เพื่อลูกจนตัวตาย

ทางด้านครอบครัว นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ก็ทำพิธีเช่นกัน โดยถือฤกษ์วันที่ 6 เดือน 6 โดยมีพ่อและแม่ลุงพล ครอบครัวและกลุ่มแฟนคลับยูทูบเบอร์ และชาวบ้านกกกอกบางส่วนเข้าร่วมพิธี โดยลุงพลป้าแต๋นมาในชุดนุ่งขาวห่มขาว ผูกข้อมือให้กำลังใจในการต่อสู้คดี และนำพระพุทธชินราชมาแจกแฟนคลับและทุกคนที่ร่วมพิธี

จากนั้นลุงพล เปิดเผยว่า ขอบคุณชาวบ้านและครอบครัวที่มาให้กำลังใจ จากนี้ จะขอดำเนินชีวิตตามปกติ จะกลับไปทำนา และในวันอังคารนี้จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปพบกับทนายเพื่อเข้าพบ กมธ.

แชทไลน์กลุ่มว่าที่นิสิต #นิติจุฬา หลุดว่อนเน็ต ข้อความคุกคามทางเพศเพียบ

ประเด็นร้อนแรงที่สุดของวัน ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกออนไลนในวันนี้ หนีไม่พ้นแฮชแท็ก #นิติจุฬา หลังมีแชทหลุดจากกลุ่มไลน์ของว่าที่นิสิตชาย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตั้งกลุ่มขึ้นมาพูดคุย ทำความรู้จักกันก่อนเริ่มเปิดเรียน

แต่ปรากฎว่าข้อความที่มีการพูดคุยในกลุ่มไลน์ดังกล่าว กลับส่อไปในทางคุกคามทางเพศ เมื่อว่าที่นิสิตชายหลายคน แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ของว่าที่นิสิตคณะอื่นๆ แล้วแอบส่องรูปว่าที่นิสิตหญิง ที่หน้าตา รูปร่างดี เอามาคุยกันต่อในกลุ่มของตัวเอง

หลายข้อความถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อาทิ อยากไปทำงานพาร์ทไทม์ในร้านชุดนิสิต เพื่อจะช่วยวัดตัวให้นิสิตหญิง ก่อนจะมีคนเข้ามาบอกว่า “อย่าไปจับนมเขานะ” หรืออีกกรณีคือ คุยว่าจะนัดให้นักศึกษาหญิงเอกภาษา มาช่วยสอนภาษาให้ที่คอนโด ก่อนจะมีอีกคนเข้ามาตอบว่า “หลอกเย” เป็นต้น

หลังมีผู้แคปข้อความในกลุ่มไลน์ดังกล่าวออกมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ก็ทำให้แฮชแท็ก #นิติจุฬา ทะยานขึ้นเทรนด์ กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงถึงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เหล่านี้ทันที ร้อนถึงทางคณะ ต้องออกแถลงการณ์ถึงประเด็นดังกล่าวกลางดึก ใจความระบุว่า

ด้วยความปรากฏต่อคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า นักเรียนชายกลุ่มหนึ่งซึ่งเพิ่งผ่านการสอบคัดเลือก เพื่อเข้าเป็นนิสิตใหม่ในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ของคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ประจำปีการศึกษา 2564 ได้กระทำการอันไม่เหมาะสมซึ่งมีลักษณะล่วงละเมิดต่อความเป็นส่วนตัวและอาจเข้าข่ายพฤติการณ์ล่วงเกินทางเพศ ผ่านระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ต่อนิสิตคณะอื่น

คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อนิสิตที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมยิ่งของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวซึ่งอาจจะเข้ามาเป็นนิสิตใหม่ในความดูแลของคณะนิติศาสตร์
ทั้งนี้ คณะนิติศาสตร์มิได้นิ่งนอนใจ จะเร่งสอบหาข้อเท็จจริง และดำเนินการต่อไปโดยเร็ว รวมทั้งจะได้ประสานงานและติดตามรายงานความคืบหน้ากับคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ลูกค้าสาวช็อก ซื้อไก่ทอดจากร้านดัง เจอผ้าขนหนูชุบแป้งทอดมาทั้งผืน

ลูกค้าสาวช็อก ซื้อไก่ทอดร้านดังของฟิลิปปินส์ เจอผ้าขนหนูชุบแป้งทอดมาทั้งผืน ล่าสุด ทางร้านขอโทษแล้ว พร้อมสั่งปิดสาขาที่เกิดเหตุ 3 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงรายหนึ่งใน ฟิลิปปินส์ ได้โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กของตนเอง หลังจากเธอสั่งไก่ทอดร้านชื่อดังในเมืองตากิก เขตเมโทรมะนิลา ของฟิลิปปินส์ โดยใช้บริการแอปพลิเคชั่นส่งอาหาร

แต่เมื่อได้รับอาหาร หญิงสาวก็เจอไก่ทอดชิ้นหนึ่งของลูกชายมีลักษณะแปลกๆ เมื่อลองเอามือฉีกเนื้อไก่ออกดู ก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เพราะด้านในที่ถูกชุบแป้งทอดนั้น ไม่ใช่เนื้อไก่ แต่เป็นผ้าขนหนูผืนเล็ก

หญิงคนดังกล่าวโพสต์ พร้อมทั้งแท็กไปยังร้านไก่ทอดเจ้าดังกล่าว โดยระบุว่า “น่าขนลุกมาก คุณเอาผ้าขนหนูมาชุบแป้งแล้วทอดได้ยังไง น่าขยะแขยงสุด นี่เป็นประสบการณ์ที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย”

ล่าสุด ทางร้านได้ออกมาแถลงขอโทษแล้ว ระบุว่า ได้ทราบเรื่องและดำเนินการตรวจสอบ พบว่าเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการเตรียมอาหารของร้านสาขาหนึ่งเท่านั้น จึงได้ปิดทำการ 3 วัน เพื่อปรับปรุงคุณภาพ และอบรมทีมพนักงานใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมทั้งยังมีการแจ้งไปยังสาขาอื่นๆ ให้ระมัดระวังอีกด้วยด้วย

“ก็ให้เขากลับมาสิ” ประยุทธ์ตอบ หลังทักษิณลั่นสามารถฟื้นเศรษฐกิจไทยใน 6 เดือน

“ก็ให้เขากลับมาสิ” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันพุธ (2 มิ.ย.64) ก่อนฟังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ถึงอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ว่า “ก็ให้เขากลับมาสิ”

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากผู้สื่อข่าวขอความเห็นต่อคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวเมื่อวันอังคาร (1 มิ.ย.) กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและผู้ใช้แอปพลิเคชันคลับเฮาส์ว่า ถ้าเป็นรัฐบาลที่ตนเป็นผู้นำ จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศจากสภาพที่ยากลำบากในปัจจุบันได้ภายใน 6 เดือนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ขอไม่ออกความเห็นเพิ่มเติม ในประเด็นเกี่ยวกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตนเริ่มพาดพิงก่อนเมื่อวันอังคาร (1 มิ.ย.64) ระหว่างการประชุมสภาฯ เกี่ยวกับงบประมาณปี 2565 ว่าทุกวันนี้ยังต้องจัดทำงบประมาณเพื่อใช้หนี้จากโครงการจำนำข้าว จนนางสาวยิ่งลักษณ์ตอบโต้ว่าไม่ได้บริหารประเทศมา 7 ปีแล้ว ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงควรโทษตัวเองไม่ใช่โยนความผิดมาให้ตน

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการที่อดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนนี้กล่าววิจารณ์การทำงานของตนในช่วงที่ผ่านมาบ่อยขึ้นว่า ตนห้ามอดีตผู้นำ 2 คนนี้วิจารณ์ไม่ได้

จับ 2 คนร้ายฆ่าโหด “ลุงประเสริฐ เมีย 9 ลูก 9” โยนศพทิ้งข้างถนน

จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่าโหด “ลุงประเสริฐ เมีย 9 ลูก 9” โยนศพทิ้งข้างถนนที่แท้ฝีมือเพื่อน ไม่เกี่ยวปัญหาครอบครัว

ลุงประเสริฐ (2 มิ.ย.64 ) ที่ สภ.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันนำตัว นายพรชัย หรือ ไข่ อายุ 60 ปี และนายจักรี อายุ 60 ปี สองผู้ต้องหาร่วมกันฆ่านายประเสริฐ อายุ 60 ปี ก่อนนำศพมาทิ้งบนถนนสายวิภาวดี-เสวียด หมู่ที่ 2 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงดึกวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมาก่อนนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวนสองจุด

จุดแรกบริเวณห้องแถวไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 5 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ทั้งสามคนนั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกัน ซึ่งนายพรชัย อ้างว่า ขณะที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกันนายประเสริฐผู้ตายเกิดพูดจาไม่เข้าหูจนเกิดโต้เถียงกัน ก่อนที่นายประเสริฐจะลุกขึ้นไปหยิบขวานที่หน้าตระกร้ารถจักยานยนต์ของนายประเสริฐ และตรงเข้ามาทำร้ายตนเองจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนซ้าย ก่อนที่จะเกิดการชุลมุน ตนจึงได้ล็อกคอผู้ตายไว้ได้ ก่อนที่จะแย่งขวานจากผู้ตายมาได้ จึงได้ใช้ขวานกระหน่ำสับไปที่ศีรษะฃองผู้ตายหลายครั้งจนผู้ตายล้มลง และด้วยความตกใจจึงได้ให้นายจักรีที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันนำขึ้นท้ายรถกระบะ ด้วยความสับสนว่าจะพาผู้ตายไปส่ง รพ. แต่เมื่อดูว่าพบว่านายประเสริฐได้เสียชีวิตแล้วจึงนำศพ จึงได้ตัดสินใจนำศพขับรถจากจุดแรกกว่า 20 กิโลเมตร มาที่บริเวณจุดที่สองบริเวณสายวิภาวดี-เสวียด หมู่ที่ 2 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งคู่ได้ช่วยกันนำร่างของผู้ตายและหลบหนีจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้

ด้าน พล.ต.ต.สาธิต พลวินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่าผู้ตายมีภรรยามากถึง 9 คน ลูกอีก 9 คน และมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง แต่ก็ไม่พบว่าจะนำไปสู่ชนวนการสังหาร แต่พบว่าผู้ตายเป็นคนชอบกินเหล้า ซึ่งแนวทางการสอบสวน ทราบว่าผู้ตายเป็นคนไม่ยอมใคร จึงได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและลงพื้นที่หาข่าว จนสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายร่วมกันก่อเหตุจนสามารถจับกุมตัวได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสวียด ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น ย้ายศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย

ด้านพ.ต.อ.ปิยวัฒน์ บัวขาว ผกก.สภ.เสวียด เปิดเผยว่าจากคำให้การของผู้ต้องหาและการสืบสวน ชนวนเหตุเกิดจากการทะเลาะในวงเหล้า ก่อนนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง เบื้องต้นผู้ต้องหาสารภาพว่าไม่ได้ต้องการอำพรางศพแต่ด้วยความเมา ทำอะไรไม่ถูกจึงนำศพไปทิ้งให้ไกลบ้านมากที่สุด