Browse Tag: ข่าวสาร

อาถรรพ์ “กู่ศิลาขันธ์” มือดีหยิบก้อนหินโบราณกลับบ้าน หลอนจนต้องเอามาคืนที่เดิม

“กู่ศิลาขันธ์” ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ มือดีแอบขโมยก้อนหินโบราณอายุร่วม 2,000 ปี ผวาอาถรรพ์ย่องเอากลับมาคืน

เมื่อวันที่ (22 มิถุนายน 63) ที่บ้าน กู่ศิลาขันธ์ หมู่ที่ 4 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา นายศิวะเสก สินโทรรัมย์ ปลัดอาวุโสอำเภอห้วยแถลง และนายมณูศักดิ์ แสงสุข ผู้ใหญ่บ้านกู่ศิลาขันธ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปรางค์กู่ศิลาขันธ์ ปราสาทเก่าแก่ มีอายุราว 2,000 ปี หลังได้มีชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ ในต่างจังหวัดเดินทางมาท่องเที่ยวชมปรางค์กู่ศิลาขันธ์ และมีผู้นำก้อนหิน จำนวน 4-5 ก้อน มาวางไว้บริเวณด้านหน้าวัดบ้านกู่ศิลาขันธ์

โดยสมัยโบราณเชื่อกันว่า สถานที่ดังกล่าว น่าจะเป็นสถานที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในสมัยโบราณ ยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างปราสาทหินพิมาย โดยชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ น่าจะแอบเข้ามาขโมยนำก้อนหิน ที่อยู่บริเวณสถานที่โบราณที่อยู่กลางหมู่บ้านนำกลับไปบ้าน แต่หลังจากที่ได้นำก้อนหินไปแล้ว เจอกับเรื่องราวแปลกๆ เจ็บป่วย และโดนตามหลอกหลอน ทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข จึงได้แอบนำก้อนหินทั้งหมดมาวางไว้บริเวณหน้าวัด เพื่อส่งคืน

อ่านต่อ

ข่าวดี! เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 ในลิง หลังเข็มแรกได้ผลดี เล็งทดสอบกับมนุษย์ ต.ค.นี้

ข่าวดี! นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่าทีมวิจัยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 แล้ว หลังจากเข็มแรกได้ผลดีสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่น่าพอใจ และไม่มีผลข้างเคียง

วานนี้ (22 มิถุนายน 63) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้ร่วมแถลงข่าวผ่าน VDO Conference ถึงความคืบหน้าการทดลอง ทดสอบวัคซีนโควิด-19 โดยได้มอบหมายให้ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นำคณะผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชน ไปติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบรายละเอียดของการทดสอบ เพื่อให้คำแนะนำและเตรียมรายละเอียดการดำเนินงานในขั้นต่อไป

หลังจากได้ทดลองวัคซีนโควิด-19 โดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ “ชนิด mRNA” ในลิง เข็มที่หนึ่ง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยทีมนักวิจัยไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พบว่าลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน และเมื่อนักวิจัยได้ทำการเจาะเลือดของลิงมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือ antibody มีข่าวดีมากที่พบว่าลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่น่าพอใจ และจะฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่สองในวันที่ 22 มิถุนายน 63 (เมื่อวานนี้) แล้วจะเจาะเลือดมาตรวจเป็นระยะ ซึ่งคาดว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อก่อโรคโควิด-19 จะมีระดับเพิ่มขึ้นในอีกประมาณสองสัปดาห์นับจากนี้ และจะฉีดเข็มที่สามต่อไปในเดือน ก.ค.

ขณะนี้การวิจัยและพัฒนาเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ประเมินผลการทดสอบในลิงทั้งในด้านผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและด้านความปลอดภัยเสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ต่อไป โดย วช. ได้ตกลงให้ทุนวิจัยเพิ่มเติมอีกเพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถเริ่มสั่งผลิตวัคซีนชนิดนี้ให้พร้อมสำหรับทำการทดสอบในมนุษย์ไว้แล้ว หากเป็นไปตามที่คาดไว้จะทำการทดสอบในมนุษย์ได้ประมาณเดือน ต.ค. – พ.ย. ตามแผน

อ่านต่อ

หนุ่มออก ไปล่าสัตว์ป่านำมาเป็นอาหาร กลายเป็นศพถูกล่า

หนุ่ม ออกไปล่าสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 63  ร.ต.อ.ชวินวิชญ์ วิชญาฐิติพัทธ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน แจ้งว่าได้รับแจ้งจากสายตรวจตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ว่ามีเหตุบุคคลเสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืนโดยไม่ทราบสาเหตุ และญาติได้นำศพจากที่เกิดเหตุมาไว้ที่บ้าน จึงได้แจ้งแพทย์เวรโรงพยาบาลแม่ระมาดทราบ และเดินทางออกไปตรวจสอบที่บ้านหลังเกิดเหตุ

หนุ่ม เมื่อเดินทางไปถึงบ้านห้วยแห้ง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก พบศพผู้ตายนอนอยู่บนพื้นบ้าน สวมเสื้อ 2 ชั้น สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายประกอบ อายุ 33 ปี อยู่บ้านหมู่ 9 ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

จากการสอบถามเบื้องต้น ได้ความว่าจากครอบครัวผู้ตาย ว่าเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา ในเวลาช่วงเช้า ผู้ตายพร้อมด้วย นายชอยะ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นบิดาและนางฉาทู อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นมารดากับนายประกิต อายุ 28 ปี น้องชายได้เดินทางออกจากบ้านพักไปดูไร่ข้าว ในป่าท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 4 กิโลเมตร

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18.00 น. ผู้ตายแต่เพียงผู้เดียวได้สะพายอาวุธปืนแก๊ปยาวออกจากห้างไร่ข้าว เข้าไปในป่าโดยบอกกับญาติว่าจะไปล่าสัตว์ โดยมีอาวุธปืนแก๊ปยาวติดตัวไปด้วย จำนวน 1 กระบอก

ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. ญาติซึ่งนอนพักอาศัยอยู่ที่ห้างไร่ข้าว ได้ยินเสียงปืนดังมาจากในป่าจำนวน 1 นัด แต่ก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด

กระทั่งต่อมา ผู้ตายก็ยังไม่กลับมาที่ไร่ข้าว ญาติจึงพากันเดินทางกลับบ้าน โดยคิดว่าผู้ตายน่าจะกลับไปที่บ้านก่อนแล้ว แต่เมื่อญาติเดินทางกลับมาถึงบ้านก็พบว่าผู้ตายยังไม่กลับมา

จนต่อมาในวันที่ 22 มิถุนายน 63 ประมาณเที่ยงวัน ผู้ตายก็ยังไม่กลับมาบ้าน ญาติจึงได้พากันเดินทางออกไปติดตามหา จนกระทั่งพบศพผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร

และพบปลอกกระสุนปืนลูกชอง ตกอยู่ห่างจากศพประมาณ 3 เมตร จำนวน 1 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำศพกลับมาที่บ้าน และแจ้งเหตุให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกับนายแพทย์สุธา ภัทรกิจรุ่งเรือง นายแพทย์เวร รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ระมาด
ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบมีบาดแผลกระสุนปืนเข้าที่ด้านหลังบริเวณใต้สะบักไหล่ขวา จำนวน 1 รู

กระสุนไปตุงอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ราวนมซ้ายด้านหน้า แพทย์ได้ทำการผ่าหัวกระสุนออก เป็นเม็ดตะกั่วทรงกลม จำนวน 1เม็ด สาเหตุการตายแพทย์แจ้งว่าเกิดจากบาดแผลถูกกระสุนปืน ได้ชันสูตรพลิกศพ ถ่ายภาพประกอบคดีไว้แล้ว

ล่าวุดวันนี้(23 มิถุนายน 63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านเกิดเหตุ เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

จนทราบว่าผู้กระทำผิดรายนี้คือนายจ่อแอ๊ะโด้ (ไม่มีนามสกุล) เชื้อชาติกระเหรี่ยง อายุ 34 ปี พักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาสอบถามปากคำ

นายจ่อแอ๊ะโด้ฯ ให้การยอมรับว่า ตนเองได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 ออกไปล่าสัตว์ เห็นผู้ตายนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางผ่านของสัตว์ป่า เข้าใจว่าผู้ตายเป็นหมูป่าจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด

อ่านต่อ

สาวมอเตอร์ไซค์ มากับดวง กระบะชนรถเด้ง 2 ทีแต่ไม่ล้ม บิดหนีไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าของรถกระบะโพสต์คลิปประกาศตามหา สาวมอเตอร์ไซค์ ดวงแข็ง เบี่ยงซ้ายมาชนจังๆ แต่ไม่ล้ม บิดหนีไปอย่างไว

เมื่อวันที่ (22 มิถุนายน 63) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Panida Intarasuwan ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์อุบัติเหตุบนถนนมิตรภาพตัดเข้าถนนพหลโยธิน จ.สระบุรี ข้อความระบุว่า…

“ตามหาบุคคลในคลิป
เหตุเกิดอยู่ตรงถนนมิตรภาพตัดเข้าถนนพหลโยธิน
มอไซค์ได้เบี่ยงทับเส้นทึบมาตัดหน้า
แล้วก็ไม่ยอมจอดได้ขับหลบหนีไป
มีกระเป๋าเสื้อผ้าตกอยู่ ตอนนี้กระเป๋าอยู่ที่ สภ.อ.เมือง
ในกระเป๋ามีเสื้อผ้ากางเกงชุดชั้นในของผู้หญิง และกางเกงทหาร
เบื้องต้นได้ไปแจ้งความแระมอบคลิปหลักฐานให้กับร้อยเวรเรียบร้อย
ใครพบเจอบุคคลในภาพ รบกวนแจ้งเปาะแส
#ถ้าเจ้าตัวเห็นโพสตฺนี้ให้ติดต่อมาเราไม่ได้ใจร้ายใจดำที่จะเรียกร้องอะไรกับคุณเลย”

เจ้าของคลิปได้ระบุรายละเอียดว่า ขณะที่กำลังขับรถกระบะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน จู่ๆ ก็มีจักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งทับเส้นทึบตัดหน้ารถของตนเองจนเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นก็รีบขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่กระเป๋าเสื้อผ้าของผู้ขี่รถจักรยานยนต์จะตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนรถกระบะยางล้อหน้าด้านขวาแตก เบื้องต้นได้ไปแจ้งความและนำคลิปไปมอบเป็นหลักฐานให้กับร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี

อ่านต่อ

หนุมานกองปราบจัดเต็ม คุม “บรรยิน” ไปศาลคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

“บรรยิน” เบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ขึ้นศาล ตรวจพยานคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา-กองปราบส่งชุดหนุมานคุมเข้ม

22 มิถุนายน 2563 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวก รวม 6 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊งโดยการคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มาศาลนั้น มีการคุมเข้มในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงหลังก่อนหน้านี้ จำเลยมีความพยายามหลบหนีจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น. ที่หน้าเรือนจำกลางบางขวาง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้จัดชุดปฎิบัติการพิเศษเรือนจำบางขวาง และ ชุดหน่วยปฎิบัติการพิเศษหนุมาน ของกองปราบปราม พร้อมอาวุธครบมือ กว่า 20 นาย คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

ซึ่งก่อนที่รถเรือนจำจะเคลื่อนออกมานั้น พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชฑัณฑ์ ได้ออกมาดูความพร้อมในการคุมตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกทางเข้า-ออก เรือนจำกลางบางขวาง เพื่ออารักขา ป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

จากนั้นในเวลา 08.10 น. ขบวนรถมาถึงศาลทุจริตฯ โดยขบวนรถ มีรถของกองปราบนำมาพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน จำนวน 7 คัน มาถึงศาล ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในเวลา 10.00 น. ส่วนจำเลยอีก 5 คนนั้น ศาลทุจริตฯ นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 25 มิถุนายน นี้

อ่านต่อ

จับตาจีน-ญี่ปุ่นตึงเครียดรอบใหม่ สภาเมืองแดนปลาดิบเตรียมโหวตยกสถานะหมู่เกาะพิพาทวันนี้!

จับตาจีน สภาเมืองอิชิงะกิ ใน จ.โอกินาวา ของญี่ปุ่น เตรียมลงคะแนนว่าจะยกสถานะของหมู่เกาะเซนกากุ หรือหมู่เกาะเตียวอวี๋หรือไม่ในวันนี้ (22 มิถุนายน 63 ) จากขณะนี้ที่มีสถานะเป็นพื้นที่ในการบริหารของเกาะอิชิงะกิ

การเคลื่อนไหวนี้ทำให้หลายฝ่ายกำลังจับตามอง เพราะหมู่เกาะเซนกากุไม่ใช่พื้นที่ธรรมดา เพราะนอกจากญี่ปุ่นจะอ้างสิทธิ์ในการครอบครองแล้ว จีนก็มองว่าเป็นดินแดนของตัวเองด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมา ความขัดแย้งของจีนและญี่ปุ่นเกี่ยวกับหมู่เกาะเซนกากุเคยทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจญี่ปุ่นไปในหลายพื้นที่ของจีน โดยเฉพาะเมื่อปี 2555 ที่มีการรณรงค์ห้ามซื้อสินค้าที่ผลิดหรือเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่นั้นผู้ประท้วงในกรุงปักกิ่งยังขว้างปาสิ่งของเข้าไปในสถานทูตญี่ปุ่นด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการทุบรถยนต์ยี่ห้อญี่ปุ่นหลายกรณี และมีชายชาวจีนคนหนึ่งถูกทุบตีจนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเพราะขับรถยนต์ยี่ห้อญี่ปุ่น

อ่านต่อ

แม่ยายแฉ “ผู้กอง” ก่อนตายเมียจับได้แอบไปจดทะเบียน-มีลูกชายกับหญิงอื่น

แม่ยายแฉ บรรยากาศการรับศพแม่ค้าออนไลน์ยิงตัวดับปริศนา ญาติลั่นไม่เชื่อฆ่าตัวตาย แม่ยายเผยปมบาดหมางระหว่างลูกสาวและลูกเขย

จากกรณี น.ส.พิมชฎาพร หรือ น้องนิ่ม อายุ 30 ปี ภรรยาของ ร.ต.อ.ทรงกลด รองสารวัตรสืบสวน สน.วังทองหลาง โดยการใช้อาวุธปืนประจำกายของ ร.ต.อ.ทรงกลด ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้ายของตัวเอง 1 นัด จนเสียชีวิตภายในบ้านพักย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

แม่ยายแฉ ล่าสุด (22 มิถุนายน 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 4 บ้านดงเค็ง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้องนิ่ม ผู้เสียชีวิต โดยญาติได้เดินทางไปรับศพกลับมาถึงและตั้งบำเพ็ญกุศลเมื่อคืนที่ผ่านมา

ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องนิ่ม และวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพราะการจากไปอย่างกะทันหัน ซึ่งทุกคนยังลงความเห็นว่าน้องนิ่มไม่ได้ยิงตัวตายแน่นอน

นางทองใส อายุ 56 ปี มารดาน้องนิ่ม ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ถึงขณะนี้ตนและญาติๆยังไม่เชื่อว่าลูกสาวยิงตัวตาย และยังรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับสาเหตุนั้นสันนิษฐานว่าเกิดจากการทะเลาะกัน แต่ไม่ใช่เจตนาจบปัญหาชีวิตด้วยการยิงตัวตายแน่นอน

เพราะเท่าที่ทราบจากลูกสาวที่ติดต่อทางโทรศัพท์เป็นประจำนั้น จะโทรมาปรับทุกข์ว่ามีปัญหาทะเลาะกับสามีบ่อยมาก บางครั้งถูกสามีลงมือตบตี แต่ก็อยู่กันมาได้เหมือนเป็นเรื่องปกติในครอบครัว ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งหลังทะเลาะกันลูกสาวหนีมาพักผ่อนใจที่บ้าน ขณะที่สามีที่เป็นตำรวจก็จะโทรมาง้อ ให้กลับไปกรุงเทพฯ

นางทองใส กล่าวอีกว่า สำหรับลูกสาวและสามีที่เป็นตำรวจนั้น ยังไม่ได้หมั้นหมายหรือแต่งงานกัน แต่อยู่กินกันมาได้ประมาณ 4 ปี มีพยานรักซึ่งลูกสาวที่กำลังน่ารักน่าชังวัย 2 ขวบ 1 คน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ลูกสาวอยู่กินกับตำรวจคนนี้นั้น ตนไม่เคยพบหน้ากับลูกเขย เพราะลูกเขยสามีน้องนิ่มเองก็ไม่เคยมาเยี่ยมบ้านตนเลย

ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งตนเคยสอบถามทางโทรศัพท์ เรื่องการหมั้นหมายสู่ขอและแต่งงานตามประเพณี แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบจากสามีของน้องนิ่มลูกสาว อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าลูกสาวรักสามี จึงปล่อยเลยตามเลย และเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ขอให้ตัดสินใจเอง แต่ก็รอโอกาสให้เขามาสู่ขอและตบแต่งตามประเพณีอยู่

แม่ยายเผยปมบาดหมางระหว่างลูกสาวและลูกเขยตำรวจ

นางทองใส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทราบจากลูกสาวว่ามีปากเสียงกันบ่อยมาก เนื่องจากสามีเป็นคนเจ้าชู้ คบซ้อน ล่าสุด ทราบว่าแอบไปจดทะเบียนและมีบุตรชายกับผู้หญิงอื่น แต่น้องนิ่มลูกสาวตนก็ปลงและไม่ไปก้าวก่าย ไม่ได้เรียกร้อง

อ่านต่อ

ผู้เชี่ยว ชาญสหรัฐฯ โต้เดือด หลังทรัมป์ลั่น “ไวรัสโคโรนากำลังจะหายไป”

 

ผู้เชี่ยว ชาญด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริการะบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ เป็นเรื่องจริง และเชื้อไวรัสก็เหมือนไฟป่า ที่สามารถลุกไหม้ได้ตราบใดที่ยังมีเชื้อไฟ ดังนั้น โรคระบาดใหญ่อย่างโควิด-19 จะยังไม่มีทางหายไปในเร็วๆ นี้ ซึ่งขัดแย้งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศว่าโรค โควิด-19 ที่แพร่ระบาดสู่ชาวอเมริกันกว่า 2 ล้านคนนั้นกำลังจะ “หายไป”

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า “เชื้อไวรัสกำลังจะหายไป” และในการปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ ที่จัดขึ้นที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ขอให้มีการ “ชะลอการตรวจหาเชื้อ” เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มตัวเลขผู้ป่วยยืนยันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อได้ออกมาโต้แย้งว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐฯ ล่าสุดนั้นเป็นความจริง การรับมือกับโรคระบาดใหญ่ระดับประเทศไม่ได้ผล และการจัดปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ ซึ่งจัดในพื้นที่ปิดและผู้เข้าฟังไม่ได้สวมหน้ากาก ก็เป็นความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสครั้งใหญ่ นอกจากนี้ คำพูดของทรัมป์ยังถือเป็นการ “ลดทอนคุณค่า” ของหลักฐานจากการตรวจหาเชื้อด้วย

ผู้เชี่ยว ดร.ทอม อิงเกิลสบี ผู้อำนวยการศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ บลูมเบิร์ก กล่าวกับ Fox News Sunday ว่า ตัวเลขผู้ป่วยยืนยันที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายรัฐ ทางตอนใต้และทางตะวันตกของสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากการตรวจหาเชื้อมากขึ้น แต่มีข้อมูลที่ระบุว่าเปอร์เซ็นต์ของผลตรวจที่เป็นบวกมีเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน บางรัฐ เช่น แอริโซนา เท็กซัส นอร์ธแคโรไลนา เซาธ์แคโรไลนา และฟลอริดา ก็มีผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นด้วย

ด้าน ดร.ไมเคิล ที. ออสเตอร์โฮล์ม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคติดเชื้อและนโยบาย มหาวิทยาลัยมินเนโซตา ก็เรียกร้องให้มีการแผนการระดับชาติในการรับมือกับโรคระบาดใหญ่อีกครั้ง รวมทั้งระบุว่านโยบายระดับรัฐที่มีอยู่นั้นไม่มีความต่อเนื่อง

ดร.ออสเตอร์โฮล์มระบุว่า คลื่นการระบาดของเชื้อไวรัสที่มีขึ้นและลงเหมือนกับไข้หวัดใหญ่ เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ใช้อธิบายการระบาดในเดือนเมษายน ทว่าขณะนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการแพร่กระจายของไวรัสไม่ได้สนับสนุนรูปแบบคลื่นแบบไข้หวัดใหญ่อีกต่อไป เนื่องจากเขาไม่พบว่า การระบาดชะลอตัวลงในช่วงฤดูร้อนหรือในช่วงที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

“ผมคิดว่ามันเหมือนไฟป่า เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีไม้ที่เป็นเชื้อไฟ ไฟก็จะเกิดขึ้นมาจนได้”

สนับสนุนโดย แทงบอล

ศบค.แถลงไทยพบผู้ ติดเชื้อ โควิด-19 เพิ่ม 3 ราย ไร้ป่วยในประเทศครบ 28 วัน

ศบค. รายงานยอดผู้ป่วยโควิด-19 (22 มิถุนายน 63 ) ติดเชื้อ เพิ่ม 3 ราย เดินทางมาจากอินเดีย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,151 ราย

(22 มิถุนายน 63) เมื่อเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า

พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,151 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ 58 ราย รวมหายป่วยแล้ว 3,022 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 71 คน

ทั้งนี้ ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ภายในประเทศครบ 28 วันแล้ว ซึ่งเป็น 2 รอบของระยะฟักตัว และอาจจะถือได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของโรค

อ่านต่อ

“สุริยุปราคา”-“วันครีษมายัน” ปรากฏการณ์ที่พร้อมกลับมาให้คนไทยชม 21 มิถุนายนนี้

“สุริยุปราคา” สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ว่า 21 มิถุนายน 63 นี้ ชมสุริยุปราคาบางส่วน ในวันครีษมายัน กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี

วันที่ 21 มิถุนายน 2563 จะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” แนวคราสวงแหวนพาดผ่าน สาธารณรัฐอัฟริกากลาง คองโก เอธิโอเปีย ตอนใต้ของปากีสถาน ตอนเหนือของอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนประเทศไทย จะเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วน ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์ เว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ในช่วงเวลาประมาณ 13:00 – 16:10 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงอาทิตย์ จะปรากฏเว้าแหว่งมากที่สุด เวลาประมาณ 14:49 น. สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย แต่ละภูมิภาค จะมองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากน้อยแตกต่างกัน ดังนี้

1.ภาคเหนือ ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังมากที่สุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 63%
2.กรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังประมาณ 40%
3.ภาคใต้ ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังน้อยที่สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณ 16%

สุริยุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง เมื่อสังเกตจากโลก จะเห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้ามาบดบังดวงอาทิตย์ สำหรับ #สุริยุปราคาบางส่วน เกิดจากโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ไม่ได้เรียงอยู่ในแนวเดียวกัน ดวงจันทร์ จึงบดบังดวงอาทิตย์ เพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้มีเพียงเงามัวของดวงจันทร์ ทอดผ่านพื้นผิวโลก ผู้สังเกตบนโลก ภายในบริเวณที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน จะเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์ บดบังเพียงบางส่วนเท่านั้น

สำหรับผู้สนใจชมปรากฏการณ์ ห้ามสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่า แว่นกันแดด ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ หรือแผ่นซีดี เนื่องจากแสงอาทิตย์สามารถทำลายเซลส์ประสาทตาจนตาบอดได้ ควรสังเกตการณ์ผ่านอุปกรณ์เฉพาะ ที่มีคุณสมบัติกรองแสงได้อย่างปลอดภัย อาทิ แว่นตาดูดวงอาทิตย์ ทำจากแผ่นกรองแสงพอลิเมอร์ดำ แผ่นกรองแสงอะลูมิเนียมไมลาร์ กระจกแผ่นกรองแสง สำหรับหน้ากากเชื่อมโลหะ เบอร์ 14 หรือมากกว่า และ อุปกรณ์สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ทางอ้อม เช่น การดูเงาของแสงอาทิตย์ผ่านฉากรับภาพ หรือ ใช้หลักการของกล้องรูเข็ม ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัย ไม่เกิดอันตรายต่อดวงตา และยังสามารถดูปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ทีละหลายคน

หากสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ต้องเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ติดฟิลเตอร์กรองแสงดวงอาทิตย์เท่านั้น เนื่องจากกล้องโทรทรรศน์มีเลนส์รวมแสง ทำให้แสงอาทิตย์ทวีกำลังมากขึ้น เป็นอันตรายอย่างยิ่งแก่ดวงตา

สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งต่อไปที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยคือ สุริยุปราคาบางส่วน ในวันที่ 2 สิงหาคม 2570 ซึ่งจะต้องรออีก 7 ปีต่อจากนี้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” แล้ว ยังเป็นวัน “ครีษมายัน” คือวันที่เวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์ จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และ ตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด

อ่านต่อ